Category

Beauty

Category

สวัสดีค่า ช่วงนี้อ๊อฟค่อนข้างนอนดึก พักผ่อนน้อย แล้วก็ทานอาหารไม่ค่อยมีประโยชน์
แถมยังไม่ค่อยดูแลผิวพรรณซักเท่าไหร่ เลยต้องพึ่งอาหารเสริมกันซักหน่อย
ซึ่งวันนี้ที่อ๊อฟจะมารีวิวนั่นก็คือ “คอลลาเจน” ที่หลายๆ คนอาจจะกินกันจนเบื่อไปแล้ว
และคอลลาเจนเดี๋ยวนี้ก็มีมากมายหลากหลายยี่ห้อ ทั้งแบบคอลลาเจนเพียวๆ คอลลาเจนแต่งกลิ่นแต่งรส
เยอะแยะไปหมด ซึ่งคอลลาเจนเนี่ยสามารถพบได้ในผิวหนัง เนื้อเยื่อ
พังพืด เอ็นข้อต่อ เรียกได้ว่าทุกจุดของร่างกายเค้ามีคอลลาเจนอยู่เต็มไปหมด
แต่สิ่งที่ผู้หญิงเราโฟกัสมากที่สุด นั่นก็คือ “ผิวหนัง” นั่นเองและผิวหนังของเรา
ก็มีคอลลาเจนถึง 75% และเมื่ออายุของเรามากขึ้นคอลลาเจนก็เริ่มลดลง
สังเกตว่าเวลาที่เรากดผิวลงไปมันไม่นุ่มเด้งเหมือนตอนสมัยสาวๆ แล้ว
แถมยังทำให้เกิดริ้วรอยก่อนวัยอันควรอีกต่างหาก หลังจากที่อายุ 25 ร่างกาย
จะเริ่มผลิตคอลลาเจนน้อยลง เมื่อคอลลาเจนเริ่มผลิตน้อยลงประกอบการใช้ชีวิตที่หนักหน่วง
ไม่ว่าจะนอนน้อย ทำงานหนัก รับประทานอาหารไม่มีประโยชน์
จึงทำให้ผิวพรรณของเราเกิดริ้วรอย ขาดความเนียนกระชับ กระดูกและข้อเสื่อมนั่นเอง

และคอลลาเจนที่อ๊อฟพูดถึงอยู่ นั่นก็คือ COLLAGEN PURE 100% จากแบรนด์ KNUTRA (เคนูทรา)
เป็นคอลลาเจนชื่อดังจากประเทศเกาหลี คอลลาเจนบริสุทธิ์แบบผง
สูตรใหม่ที่ช่วยดูแลผิวแบบเร่งด่วน ด้วยเทคโนโลยีคอลลาเจนโมเลกุลเล็ก
เพียง 500 ดาลตัน (DA) ทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมได้ล้ำลึกถึงผนังชั้นใน
ของลำไส้เล็ก อีกทั้งยังมี GPH มากถึง 3.2% ซึ่งเป็นกรด อะมิโนที่จำเป็นช่วยให้ร่างกาย
ดูดซึมคอลลาเจนได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ด้วยสารสกัดจากเกล็ดปลาทะเล
ช่วยฟื้นฟูผิวหย่อนคล้อยให้กลับมาเรียบเนียน ตึงกระชับเปล่งปลั่งจากภายในสู่ภายนอก
เผยผิวสุขภาพดีขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

✔ คอลลาเจนบริสุทธิ์ “ไตรเปปไทด์” 100%
✔ แบรนด์ยอดขายอันดับ1 ของเกาหลี
✔โมเลกุลเล็กสุด 500 ดาลตัน (DA) ร่างกายดูดซึมใน 30นาที
✔ ละลายน้ำได้เร็ว ไม่มีกลิ่นคาว
✔ ผสมเครื่องดื่มได้ทั้ง “ร้อนและเย็น”
✔ สัมผัสผิวเด้ง นุ่มลื่นได้ใน 3 -7วัน
✔ ทำงานโดยตรงกับเซลล์ผิว – รากผม – กระดูกข้อต่อ

ปกติแล้วเค้าจะมาในรูปแบบกระปุก 200 กรัม แต่ตอนนี้เค้าทำออกมาแบบเป็นซองแล้ว
สะดวก พกพาง่าย บรรจุมาในซองเล็กๆ กะทัดรัด 1 กล่องมี 30 ซอง ค่ะ

เวลาจะทานก็ใช้กรรไกรตัดตรงนี้ได้เลยค่ะ

ปกติคอลลาเจนทั่วไปเค้าจะมีอนุภาคใหญ่ ร่างกายดูดซึมได้ยากและได้ช้า
แต่ KNUTRA COLLAGEN 3.2 เค้าเป็นผงคอลลาเจนบริสุทธิ์ไตรเปปไทด์ 100%
ที่ร่างกายสามารถดูดซึมได้เร็วกว่าคอลลาเจนอื่นถึง 6 เท่า
และนำไปใช้ได้ภายใน 30 นาทีเลย รวดเร็วมากๆ

คอลลาเจนตัวนี้สามารถผสมลงในเครื่องดื่มได้ทั้งร้อนและเย็น ในน้ำเย็นอาจใช้เวลาในการละลายนานกว่า
น้ำร้อนนึดนึงนะคะ แต่คนแล้วไม่จับตัวเป็นก้อน ไม่มีกลิ่นคาวเลย
สามารถผสมกับอาหารหรือเครื่องดื่ม เช่น น้ำผลไม้ นม โยเกิร์ต กาแฟ อาหารหรือ
เครื่องดื่มที่ชอบได้ทุกชนิดเลยค่ะ ไม่ทำให้รสชาติของเครื่องดื่มหรืออาหารเปลี่ยนไป

ส่วนตัวอ๊อฟชอบเอามาผสมกับน้ำผลไม้หรือพวกดีท๊อกซ์ ทานเป็นประจำก่อนนอนค่ะ
ยิ่งทานกับน้ำผลไม้ที่มีวิตตามินซีสูง ทานคู่กันบอกเลยว่าเริ่ดมาก
ผิวใสมากกกแนะนำทานวันละซองสองนะคะจะทำให้รับคอลลาเจนได้ในระดับที่เพียงพอค่ะ

หลังจากที่ทานครบ 1 เดือน จากวันแรกที่ถ่ายรูปเก็บไว้จนครบหนึ่งเดือน
บอกเลยว่าผิวดีขึ้นมากผิวที่เคยแห้งเคยเป็นริ้วรอยเล็กๆ ก็ดูเต็มขึ้น ตื้นขึ้น เรียบกระชับขึ้น
อันนี้อ๊อฟสังเกตได้จากขานะคะ เพราะอ๊อฟเป็นคนที่ขาแห้งมาก แต่หลังจากที่ทานจนครบ
1 เดือนจับไปแล้วผิวนุ่มขึ้น เนียนขึ้นเลยผิวหน้าสำหรับอ๊อฟอาจจะไม่ค่อยเปลี่ยนแปลงมากเท่าไหร่
เพราะอ๊อฟเน้นทาสกินแคร์หนักอยู่แล้วแต่ผิวตัวพูดเลยว่าใสขึ้น เนียนขึ้นจริงๆ  

คอลลาเจนไม่จำเป็นต้องซื้อทานอย่างเดียวนะคะ สามารถหาได้ในเนื้อสัตว์ เนื้อปลา
ปลาทะเล ปลาแซลมอน ตีนไก่ หนังหมู ผักใบเขียว ถั่วและธัญพืช
ถ้ามั่นใจว่ารับประทานอาหารหลักเพียงพอแล้ว อาหารเสริมก็ไม่จำเป็นค่ะ
แต่สำหรับคนที่ไม่มีเวลาดูแลตัวเอง ทานอาหารไม่ครบหมู่ พักผ่อนน้อย
อาหารเสริมก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ช่วยเข้ามาเติมเต็มร่างกายของเราได้ค่ะ
แต่สำหรับสาวๆ ที่พักผ่อนน้อย ทำงานหนัก รับประทานอาหารไม่ครบ 5 หมู่
การทานอาหารเสริมหรือการทานคอลลาเจน ก็เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ช่วย
ให้เรากลับมามีผิวพรรณสดใสเปล่งปลั่งได้ค่ะ และ คอลลาเจน แบรนด์ KNUTRA
ข้อดีของเค้าคือเราจะได้สารอาหารที่เป็นตัวตั้งต้นที่จะไปสร้างคอลลาเจนแบบตรงๆ เลย
และร่างกายก็สามารถดูดซึมและนำไปใช้ได้อย่างรวดเร็วที่สำคัญทานง่ายและไม่คาวเลยค่ะ
สำหรับใครที่สนใจบอกเลยว่าไม่ต้องบินไปถึงเกาหลีแล้วน้า
สามารถหาซื้อได้ที่ลิงก์ด้านล่างนี้เลยค่ะ ของถูก ของแท้ ส่งไวแน่นอน
http://koriico.com/brand/knutra/
#Koriico_knutra #Koriico

สวัสดีค่า วันนี้อ๊อฟภูมิใจนำเสนอมากเพราะแอบไปซุ่มทดลองใช้ผลิตภัณฑ์
ดูแลเส้นผมของแบรนด์แบรนด์นึงมาจนเกือบครบ 2 เดือน แล้วผลลัพธ์ของอ๊อฟ
และแฟนมันดีเกินคาด ต้องบอกก่อนว่าจริงๆ แล้วอ๊อฟเป็นคนผมค่อนข้างหนา
แต่ผมร่วงหนักมากกก ย้ำว่าหนักมากร่วงเป็นกำๆ ร่วงทีคนในบ้านตกใจเลย
เดินไปไหนก็มีแต่เส้นผมของอ๊อฟเต็มไปหมดส่วนแฟนอ๊อฟผมค่อนข้างบาง
และร่วงนิดหน่อยค่ะ เลยตัดสินใจพักการใช้แชมพูทั้งหมดที่มีส่วนผสมของสารเคมี
และมาทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ Chati (ฌาฏิ) ใครที่เป็นสายออแกร์นิค
บอกเลยว่าจะต้องชอบเพราะผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ Chati (ฌาฏิ)
เค้าเป็นผลิตภัณฑ์ออร์แกนิคที่มีส่วนผสมของสมุนไพรธรรมชาติ
และไม่มีส่วนผสมที่ก่อให้เกิดการแพ้หรือระคายเคืองค่ะ

เริ่มกันที่ตัวแรก Chati Anti-Hairloss Shampoo เป็นแชมพูออแกร์นิค
ที่มีส่วนผสมของสมุนไพรไทยและ Rich Natural Oil หลากหลายชนิด
ไม่ว่าจะเป็นสารสกัดทองพันชั่ง,ฮอปส์,ส้มป่อย, ปะคำดีควาย,มะกรูด,โสม,ถั่วลันเตา,พริก

และสารสกัดจากอัญชันที่ช่วยลดผมร่วง ลดความมันและอาการ
คันบนหนังศีรษะช่วยให้รากผมแข็งแรง เร่งการงอกใหม่ของเส้นผม

จุดเด่นของเค้านอกจากจะเน้นเรื่องส่วนผสมจากธรรมชาติ
สิ่งที่อ๊อฟชอบคือเค้าปราศจากสารเคมีที่จะทำให้ผมหรือหนังศีรษะเราเกิดการระคายเคือง
ไม่มีพาราเบน
ไม่มีน้ำหอม
ไม่มีซิลิโคน
ไม่มีไตรโคซาน
ไม่มี SLS/SLE สารลดแรงตึงผิว
ถ้าใครชอบฟีลกลิ่นหอมของมะกรูด กลิ่นหอมแบบสดชื่นๆ
ตัวนี้รับรองไม่ผิดหวัง เพราะเค้ามีกลิ่นหอมอ่อนๆ ของ ESSENTIAL OIL
ของมะกรูด ลาเวนเดอร์และโรสแมรี่ที่ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายค่ะ
แชมพูตัวนี้เค้าค่อนข้างจะเข้มข้นและมีฟองน้อยนะคะ จะไม่ได้ฟองเยอะ
เหมือนแชมพูทั่วไป เวลาสระไปแล้วอาจจะรู้สึกว่าไม่ค่อยสะอาด แต่จริงๆ แล้ว
เค้าทำความสะอาดหนังศีรษะและเส้นผมได้ดีมากเลย แนะนำให้สระ 2 ครั้ง
ครั้งละ 1-2 ปั๊มก็พอค่ะ ถ้าใครที่ผมร่วงเยอะเหมือนอ๊อฟแนะนำว่าให้งดครีมนวดผมไปก่อน
อาจจะใช้พวกน้ำมันมะพร้าวบำรุงเอา เพราะถ้าใช้พวกครีมนวด
อาจจะมีสารเคมีตกค้างและอาจจะทำให้ผมกลับมาร่วงอีกได้ค่

สำหรับสาวๆ ที่กังวลว่าใช้แล้วจะปลอดภัยมั้ย บอกเลยว่าปลอดภัยมั่นใจ
หายห่วงแน่นอนค่ะเพราะเค้าผ่านการทดสอบลดการระคายเคืองของหนังศีรษะ
จากประเทศญี่ปุ่น ปลอดภัยต่อคุณแม่ตั้งครรภ์และผู้ป่วยเคมีบำบัดด้วยค่ะ

หลังจากที่ลองใช้มาจนเกือบจะครบสองเดือน ภาพก่อนใช้คือผมที่ร่วง
หลังสระผมเสร็จนะคะ จะร่วงแบบนี้เป็นประจำ พอได้ใช้แชมพู Chati Anti-Hairloss Shampoo
อ๊อฟไม่ใช้ครีมนวดเลยนะคะ ผมจะสากๆ หน่อยแต่รับได้
บำรุงด้วยน้ำมันมะพร้าวที่ปลายผมเอา หลังใช้คือผมค่อยๆ ร่วงน้อยลง
ตามพื้นตามทางเดินที่บ้านแทบไม่ค่อยมีเลย หลังสระเสร็จก็จะร่วงประมาณนี้ค่ะถือว่าดีมากกกก
ผมร่วงน้อยลงจนเห็นได้ชัดเลย

ตัวต่อมาเป็นเซรั่ม Chati Advance Hair And Scalp Serum เซรั่มที่มีสารสกัดหรือส่วนประกอบหลักๆ จากข้าวกล้องงอกสังฆ์หยด อาร์แกนออยล์ สารสกัดจากธรรมชาติ 100% และรีเดนซิล Redensyl สารสกัดจากนวัตกรรมใหม่ที่ถูกพัฒนาขึ้นจากงานวิจัยทางการแพทย์ ที่ช่วยลดปัญหาผมขาดหลุดร่วง ช่วยกระตุ้นการงอกใหม่ของเส้นผมได้จริง ช่วยรักษาอาการระคายเคืองของหนังศีรษะ ใช้ตัวนี้ควบคู่กับแชมพูบอกเลยว่าผมร่วงน้อยลง
แถมผมขึ้นใหม่และลูกผมขึ้นหยุบหยับเลย

ตัวนี้เค้าเป็นเซรั่มที่เน้นฉีดเฉพาะจุดนะคะ ตรงไหนที่รู้สึกผมน้อย ผมบาง
ฉีดเข้าไปเลยตามแสกผมเลยค่ะ ฉีดแล้วนวดเบาๆ เพื่อกระตุ้นการไหลเวียน

ใช้ได้ทั้งเช้าและเย็นเลยค่ะ ฉีดได้ทุกวันจะดีมาก
แม้ไม่ได้สระผมก็ต้องฉีดนะคะฉีดทุกวัน…ดูสิผมขึ้นชี้โด่ชี้เด่เลย

ส่วนตัวอ๊อฟไม่ค่อยมีปัญหาผมบางตรงกลางศีรษะเท่าไหร่
เลยเน้นฉีดช่วงลูกผมด้านหน้าค่ะผลที่ได้ คือ จากลูกผมเยอะๆ อยู่แล้ว
ยิ่งฉีดก็ยิ่งแน่นยิ่งเยอะเข้าไปอีก

ส่วนของแฟนเป็นคนผมด้านหลังบางค่ะ อ๊อฟเลยให้เน้นฉีดตรงที่บางๆ
ฉีดตามแสก เน้นว่าบังคับฉีดนะคะ ต้องจับฉีดทุกวัน 555 ไม่งั้นแฟนจะชอบลืม

อ๊อฟแนะนำเลยว่าควรใช้ควบคู่กันทั้งแชมพูและเซรั่มนะคะ เพราะใช้คู่กันแล้วผลลัพธ์ดีมากกก
ผมขาด ผมร่วงน้อยลง ผมเกิดใหม่งอกขึ้นทุกวันที่สำคัญแฟนเค้าหัวไม่บางแล้ววว
สำหรับสาวๆ ที่สนใจผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ Chati
สามารถดูรายละเอียดหรือรีวิวเพิ่มเติมหรือกดที่ Link หรือภาพได้เลยค่ะ
Https://www.facebook.com/chati.official

สวัสดีค่า วันนี้อ๊อฟจะมาแชร์ประสบการณ์การรักษาสิวของอ๊อฟและแฟน ก่อนอื่นต้องบอก
ก่อนนะคะ อ๊อฟไม่ได้เป็นคนมีสิวเยอะ ส่วนมากจะเป็นสิวผดและมีสิวอักเสบมีนิดหน่อย
ก่อนเป็นประจำเดือน แต่อ๊อฟก็ใช้วิธีและผลิตภัณฑ์พวกนี้มา ตลอดเวลาที่มีสิว
แล้วก็แนะนำให้แฟนใช้ด้วยเพราะแฟนอ๊อฟเป็นคนสิวเยอะมาก

แฟนอ๊อฟเป็นสิวสเตรียรอยด์พอเลิกเข้าคอร์สรักษาสิว สิวก็กลับมาเห่อ จะหนักช่วงแนวกรามที่สิวเห่อเยอะมาก อ๊อฟก็เลยแนะนำให้ใช้เซ็ตนี้ตามอ๊อฟค่ะ ซึ่งก็มีบางตัวที่แฟนใช้ไม่ได้
นั่นก็คือ “ผงพิเศษ” แฟนอ๊อฟใช้แล้วสิวเห่อมาก เลยต้องตัดขั้นตอนนี้ออกไป
ใช้แค่ยาแต้มสิวของคลินด้าเอ็มตัวเดียวค่ะ

เริ่มที่ขั้นตอนแรกเลยค่ะ อ๊อฟจะใช้น้ำเกลือ NSS 0.9% Sodium Chloride ขวดส้ม
เช็ดผิวก่อนเลย ช่วงที่มีสิวอ๊อฟจะหยุดใช้โทนเนอร์แล้วหันมาใช้น้ำเกลือแทนค่ะ
เช็ดซ้ำสองถึงสามรอบจนกว่าสำลีจะขาว อันนี้เป็นน้ำเกลือจากร้านขายยากรุงเทพนะคะ เหมือนกับน้ำเกลือเช็ดหน้าทั่วไปที่ขายตามท้องตลาดเลย แต่อันนี้แบบขวดใหญ่ใช้ได้นานสะใจมาก เป็นไอเท็มที่ควรมีติดบ้านเลยเพราะสารพัดประโยชน์มาก
จะล้างแผล จะเช็ดหน้า จะล้างจมูกได้หมดเลย
ปริมาณ 1000 ML ราคา 105 บาท

ขั้นตอนต่อมาล้างหน้าด้วย Acne-Aid Liquid Cleanser สีแดง ตัวนี้ก็ควรมีติดบ้านไว้
เช่นกัน เป็นคลีนเซอร์ที่เหมาะกับคนผิวมันและเป็นสิวมากกก ผิวแพ้ง่ายใช้ได ้เพราะไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม ไม่มีสารลดแรงตึงผิว ตัวนี้ล้างหน้าแล้วผิวไม่แห้งตึง ไม่ดังเอี๊ยด
เพราะเค้ามีมอยเจอร์ไรเซอร์เป็นฟิล์มเคลือบบางๆ ที่ผิว ตัวนี้ใช่ร่วมกับยารักษาสิวได้
ถ้าเป็นคนผิวมันใช้ตัวนี้แล้วจะรู้สึกว่าผิวนุ่มชุ่มชื่นกำลังดี
แต่ถ้าเป็นคนผิวแห้งอาจจะรู้สึกว่าแห้งตึงมากเกินไป
ปริมาณ 100 ML ราคา 187 บาท

ยาแต้มสิว CLINDA-M เป็นอะไรที่สุดยอดที่สุดแล้วสำหรับอ๊อฟ แม้บางเม็ดแต้มแล้ว
จะไม่ยุบ แต่ส่วนมากใช้ทุกครั้งก็ยุบแทบทุกครั้ง ตัวนี้เป็นผลิตภัณฑ์สำหรับแต้มสิวที่ช่วยรักษาการอักเสบของสิวเหมาะสำหรับ สิวอักเสบ สิวหนอง สิวหัวแดง ๆ สิวไม่มีหัวหรือสิวที่เกิดการติดเชื้อเท่านั้น ถ้าเป็นพวกสิวผด สิวเสี้ยน สิวอุดตัน ไม่แนะนำให้ใช้นะคะ
ต้องใช้ตัวอื่นแทน ใช้แต้มลงไปที่บริเวณหัวสิวที่อักเสบหรือกำลังจะอักเสบ แต้มเป็นจุด ๆ
ทาเช้า-เย็น หลังล้างหน้านะคะ แต้มยาก่อนที่จะลงครีมบำรุงตัวอื่นๆ
จะช่วยให้ยาออกฤทธิ์ได้ดีขึ้นค่ะ
ปริมาณ 15 ML. ราคา 59 บาท

ตัวต่อมาเป็นผงพิเศษตราร่มชชูีพ ถ้าแต้มสิวด้วยคลินด้าเอ็มแล้วเอาไม่อยู่ต้องตัวนี้จ้า
ถูกและดีควรมีติดบ้านไว้อีกเช่นกัน ผงพิเศษมีส่วนผสมของซัลฟานิลาไมด์ 99.3%
Tannin 0.41% ซึ่งช่วยกำจัดเชื้อแบคทีเรียได้เป็นอย่างดี แต่ๆๆๆ ใครที่ไม่เคยใช้
ควรทดสอบโดยการนำผงพิเศษผสมน้ำเล็กน้อยทาที่บริเวณหลังหูหรือหลังมือก่อนนะคะ บางคนอาจแพ้ซัลฟานิลาไมด์ได้ อันนี้แฟนอ๊อฟแพ้ใช้แล้วสิวเห่อเลย แต่ถ้าใครไม่แพ้
เหมือนอ๊อฟก็ใช้โลดเลยค่า ซึ่งผงพิเศษเนี่ยเค้าช่วยเรื่องสิวอักเสบ สิวหนองได้
ถ้าสิวผด สิวอุดตันไม่ได้ช่วยสักเท่าไหร่ค่ะ
ราคา 12 บาท

หลังจากที่แต้มสิวแล้วให้ลงเซรั่มวิตซีในตำนาน VIT C BIO FACE SERUM ตัวนี้ช่วยลดรอยสิว ทำให้หน้าใสได้ดีมากกก ใครที่มีสิว มีรอยแดง สิวทิ้งรอยไว้ ใช้ได้แน่นอน
เพราะตัวนี้เค้าสกัดวิตามนิซี GOA เด่นในเรื่องฆ่าเชื้อแบคทีเรียลดสิวโดยเฉพาะเลย
คนผิวบอบบางแพ้ง่ายใช้ได้เพราะไม่มีน้ำหอม ไม่มีพาราเบน ไม่แต่งสี ไม่มีแอลกอฮอล์

เป็นเซรั่มเนื้อใสที่ซึมไวไม่เหนอะหนะผิวเลย ใช้แล้วพวกรอยสิวแดงๆ จางลงไวมาก
ตอนแรกแฟนอ๊อฟไม่กล้าใช้เพราะกลัวแพ ้อ๊อฟเลยให้แต้มเฉพาะรอยแดงที่สิวทิ้งรอยไว ้ ปรากฏว่าแฟนอ๊อฟใช้แล้วไม่แสบไม่คัน ทุกวันนี้หยิบของอ๊อฟไปใช้จนหน้าใสตามกันเลย ปริมาณ 10 ML ราคา 380 บาท

ตัวสุดท้ายเป็นมอยเจอร์ไรเซอร์ Ezerra หรือครีมลูกหมี ตัวนี้เป็นครีมบำรุงสำหรับคนเป็นสิว ผิวแพ้ง่าย ผิวมีผื่นแดง ผิวแห้งระคายเคือง หรือผิวอักเสบใช้ได้หมดเลย ใครที่เป็นสิว
ที่เกิดจากติดสารสเตียรอยด์ตัวนี้ใช้ได้ดีมากก เพราะเค้าไม่มีสเตียรอยด์ ไม่มีพาราเบน
ไม่มีสารกันเสีย ไม่มีน้ำหอม ใช้แล้วไม่แพ้แน่นอน ใครที่รักษาสิวแล้วหน้าแห้งใช้ตัวนี้แล้วหน้าหายแห้ง หายคันดีขึ้นเลย
ปริมาณ 50 กรัม ราคา 509 บาท
อยากจะบอกทุกคนที่กำลังเป็นสิวว่าให้อดทนนะคะ ต้องใช้เวลา
อย่างแฟนอ๊อฟกว่าจะหายดีหน้ากลับมาเป็นปกติก็เป็นปี
ดังนั้นไม่ต้องรีบร้อนนะคะ ค่อยๆ ค้นหาผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับตัวเองค่ะ

ใครที่นอนดึก พักผ่อนน้อย ผิวหน้าหมองคล้ำไม่สดใส วันนี้อ๊อฟรวบรวมเอามาส์กหน้าที่ใช้แล้วผิวขาวกระจ่างใสขึ้นจริงมาฝากกันค่ะ ซึ่ง Sheet Mask หรือแผ่นมาสก์หน้าแต่ละแบบมีสูตรหรือประโยชน์ในการบำรุงผิวไม่เหมือนกันแตกต่างกันไป วันนี้อ๊อฟคัดเน้นๆ เฉพาะที่ใช้แล้วขาวกระจ่างใส ช่วยฟื้นฟูสภาพผิวแบบเร่งด่วน มาฝากันค่ะ แผ่นมาสก์หน้าขาว Sheet Mask ที่อ๊อฟหยิบมารีวิวจะมีอะไรบ้างมาดูกันเล๊ยยย

สวัสดีค่ะ หลังจากที่กำลังเขียนกระทู้นี้อยู่
บอกเลยว่าตื่นเต้นมากกกเพราะตอนที่
ทางลังโคมเค้าเปิดตัวเซรั่มตัวใหม่
อ๊อฟก็เป็น 1 ใน 100 คนที่ได้รับเซรั่มตัวนี้
มาทดลองใช้ อ๊อฟใช้มาตั้งแต่สูตรเก่า
จนตอนนี้ใช้สูตรใหม่ขึ้นขวดที่ 2 แล้ว
นั่นก็คือ LANCÔME NEW ADVANCED GENIFIQUE สูตรใหม่ล่าสุด
สูตรเก่าว่าดีแล้ว บอกเลยว่าสูตรใหม่
ดีขึ้นกว่าเดิมไปอีก

สำหรับเซรั่ม Lancome New advanced Genifique สูตรใหม่เค้ามาในขวดสีดำๆ
เรียบหรู แต่ดูดีเหมือนเช่นเคย สูตรเก่าจะมีรูปดอกกุหลาบแต่สูตรใหม่ไม่มีนะคะ
สังเกตตรงนี้ได้ง่ายๆ

สำหรับเจ้าเซรั่ม Lancome New advanced Genifique ขวดนี้เค้าเน้นหนักๆ
อยู่ 2 เรื่อง คือ การสร้างสมดุลไมโครไบโอมและการเติมเต็มให้ผิวดูของเรากลับ
มาดูเด็กอีกครั้ง ซึ่ง “สูตรใหม่” เค้ามาแทนสูตรเดิม ที่มีวางขายมากว่า 10 ปีแล้ว
สิ่งที่ทางอ๊อฟตื่นเต้นก็คือ
นวัตกรรมที่เรียกว่า “Microbiome”

Microbiome คือ ระบบนิเวศของจุลินทรีย์ที่มีชีวิตและมีประโยชน์เป็นส่วนประกอบสำคัญ
ของผิวชั้นนอกซึ่งแต่ละคนจะมี Microbiome ไม่เหมือนกันแตกต่างกันออกไปประกอบกับสภาพแวดล้อมที่แต่ละคนเผชิญก็มีความแตกต่างกัน จึงทำให้ Microbiome ของแต่ละคนยิ่งมีความแตกต่างกันออกไปและเมื่อเราอายุมากขึ้น ไมโครไบโอมก็จะลดลง
ซึ่งเมื่อไมโครไบโอมลดลงปัญหาผิวต่างๆ ก็จะตามมา เช่น การเกิดสิวจนไปถึงการเกิดริ้วรอยด้วย ทางแบรนด์ลังโคมจึงเน้นไปทางการสร้างสมดุลไมโครไบโอม
เพื่อให้ผิวของเรามีความสมดุลและแข็งแรงค่ะ

Lancome Advanced Genifique สูตรใหม่
ทางแบรนด์เค้าเคลมว่า ใน 1 ขวด ช่วยแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้ ดังนี้
ความเปล่งปลั่ง
ความเรียบเนียน
ความยืดหยุ่น
ความเรียบกระชับ
ริ้วรอยเล็กๆ ตื้น ๆ
รอยย่น ร่องลึกของผิว
ความสม่ำเสมอของสีผิว

เนื้อเซรั่มเค้าจะเป็นสีใสๆ เกลี่ยง่าย สำหรับในสูตรนี้มีน้ำหอมนะคะ

เนื้อเซรั่มซึมซาบสู่ผิวได้เร็วมาก
ไม่เหนียวเหนอะหรือทิ้งความหนึบ
ไว้บนผิวให้รำคาญใจเลย

วิธีการใช้เซรั่ม ใช้เป็นขั้นตอนแรก
ของการบำรุง ให้ทาทั่วใบหน้า
เช้าและเย็นหลังทำความสะอาดผิว

หลังจากนั้นก็บำรุงผิวต่อได้ตามปกติเลยค่ะ

หลังจากที่อ๊อฟใช้มาเป็นระยะเวลาเดือนกว่าๆ จนตอนนี้ขึ้นขวดที่ 2 แล้ว บอกเลยว่า Lancome New advanced Genifique ขวดนี้ไม่มีไม่ได้ เพราะใช้แล้วผิวดูเด็กขึ้นจริง จากผิวที่มีจุดแดงๆ ที่เกิดจากผดผื่น รูขุมขนกว้าง ใบหน้าไม่เรียบเนียนกระชับก็ค่อยๆ ดูดีขึ้น ผิวดูอิ่มฟูขึ้น ขนาดลุยงานหนักๆ พักผ่อนน้อย ผิวยังดูดีเลย ไม่แค่นั้นสิ่งที่ตกใจ คือเวลาเจอเพื่อน เพื่อนจะทักว่าไปทำอะไรมา ผิวดีขึ้นอ่า

จะเดินออกไปไหนโชว์หน้าสดก็มั่นใจมากก เพราะผิวดูดีและดูเด็กขึ้นจริงๆ
ตอนนี้ก็คือเป็นเซรั่มที่ขาดไม่ได้เลย ต้องใช้ทุกวันจริงๆ

เมื่อเดือนที่แล้วทาง M.A.C เค้าได้ออกคุชชั่นตัวใหม่มาซึ่งเป็นกระแสฮือฮามากกกแล้วอ๊อฟก็ไม่รอช้าหยิบมารีวิวให้สาวๆ ได้ดูกันกับ M.A.C Studio Fix Complete Coverage Cushion Compact SPF 50/PA++++เป็นคุชชั่นแมตต์แต่ไม่แห้งที่พัฒนามาจาก M.A.C Studio Fix Fluid ในตำนานที่ขายดีที่สุด บอกเลยว่าตัวนี้ปกปิดดีและให้ผิวสวยมากกก

แพคเกจของเค้ามาในตลับสีเงินดูหรูหรา ราคา 1,790 บาท  

เปิดมาด้านในก็จะมีพัฟมาให้ (ตัวนี้ยังไม่มีรีฟิลขายแยกนะคะ…แอบเสียใจ)

คุชชั่นตัวนี้คุณสมบัติเหมือนรองพื้นรุ่น Studio Fix เลยค่ะแต่มาในรูปแบบคุชชั่นแมตต์ที่ไม่แห้งทาแล้วให้ความชุ่มชื่นกับผิว

เค้ามีทั้งหมด 24 เฉดสีด้วยกัน อ๊อฟใช้เบอร์ #NC20 ซึ่งสว่างกว่าผิวนิดเดียว 
แต่พอเซ็ตตัวมันจะเนียนกลืนไปกับผิวให้ลุคผิวกำลังโกลว์สวย

ซูมดูชัดๆ จะเห็นความฉ่ำของเนื้อคุชชั่น

สภาพผิวของอ๊อฟนะคะ เป็นคนผิวแห้ง อ๊อฟเลยจะลงครีมหรือเบสเมคอัพ
ให้ชุ่มชื้นก่อนทั้งหน้าและเน้นที่จมูก เพื่อที่ตอนลงคุชชั่นผิวจะได้ไม่เป็นคราบ
เป็นขุยหรือแห้งลอกค่ะ

แอบมีกระ จุดด่างดำและเส้นเลือดบ้างเล็กน้อยค่ะ

สีที่อ๊อฟใช้เป็น NC20 นะคะ สีค่อนข้างตรงกับผิวเลย มีสว่างกว่านิดเดียวจริงๆ
คุชชั่นตัวนี้ระหว่างวันเค้าจะแอบดรอปลงนิดนึงนะคะ แต่ไม่ได้ดรอปมากของอ๊อฟ
ดรอปลงมาสีเท่ากับคอค่ะ เลยขอแนะนำให้ใช้หรือเลือกเบอร์ที่สว่างกว่า
ผิวสักประมาณ 1 เฉดนะคะ ผิวจะสวยมากดูไม่ดรอปค่ะ

อ๊อฟทาให้ดูครึ่งหน้านะคะ จะเห็นว่าเค้าปิดรอยเส้นเลือด รอยกระ จุดด่างดำเล็กๆ ได้กริบโดยไม่ต้องใช้คอนซีลเลอร์เลย พวกใต้ตาคล้ำๆ ก็ค่อยๆ แตะหรือบิ๊วท์เพิ่มได้เลยแต่ต้องค่อยๆ แตะเบาๆ นะคะ ถ้าเราใช้พัฟกดแรงไปตัวพัฟมันก็จะดึงเนื้อ
คุชชั่นขึ้นมาดังนั้นค่อยๆ แตะๆ จนกว่าจะได้การปกปิดที่พอใจนะคะ

เป็นคุชชั่นแมตต์ที่ทาแล้วไม่แห้งเลย ให้ความเป็นผิวได้โกลว์สวยมาก 
เนื้อคุชชั่นชุ่มฉ่ำทาแล้วสบายผิวดี

พวกเส้นเลือดที่หน้ารอยแดงตรงจมูกก็ปิดได้กริบเลย ระดับการปกปิดอ๊อฟ
ว่าได้เกือบ Full Coverage  เลย ปกปิดดีงามสมชื่อจริงๆ 

ลงทั้งหน้าเรียบร้อย ผิวสวยมากกก คุณสมบัติของคุชชั่นตัวนี้กันน้ำกันเหงื่อ
และคุมมันอ๊อฟทาจนถึงบ่ายเหงื่อออกก็ไม่เป็นคราบนะคะ ส่วนเรื่องคุมมันพอตกเย็นช่วงทีโซนจะมันเพิ่มนิดหน่อย ใช้กระดาษซับมันนิดหน่อยผิวก็กลับมาผ่องสวยเลยโดยรวมยังให้ฟินิชผิวแมตต์ที่ดูเป็นธรรมชาติไม่ได้แมตต์แห้งหรือว่าวาวจนเกินไปยังเป็นผิวที่ดูสวยอยู่ ตัวนี้ใช้ได้ทุกสภาพผิวนะคะ คนผิวมันก็ใช้ได้ค่ะ

“ให้ดูผิวใกล้ๆ เลย”

ลุคนี้อ๊อฟไม่ได้ลงแป้งเลยนะคะ ถ้าใครชอบให้หน้าแมตต์ทั้งวัน
ก็สามารถลงแป้งทับได้ค่ะ

สำหรับสาวๆ ทีสนใจ M.A.C Studio Fix Complete Coverage Cushion Compact SPF 50/PA++++ตอนนี้เค้าวางขายแล้วน้า ราคา 1,790 บาทค่ะ ไปลองเทสกันได้ที่เค้าน์เตอร์หรือให้พี่ BA ช่วยเลือกสีของคุชชั่นก็ได้ค่ะ
ถ้าเรายังไม่ชัวร์ว่าจะใช้สีไหน
#คุชชั่นเปลี่ยนผิว #MACStudioFix

สวัสดีค่า วันนี้เป็นวันศุกร์ที่ฝนตกแถมยังรถติดอีก บางคนไม่ได้ออกไปไหน
เลยแอบเอารีวิวที่ตั้งใจเขียนมาให้สาวๆ ได้ดูกัน วันนี้จะพูดถึงโลชั่นที่ใช้แล้วผิวขาวกระจ่างใสขึ้น** 
ผิวขาวในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าใช้แล้วจะขาวแบบคนผิวขาวนะคะ 
เพราะอ๊อฟเป็นคนผิวสองสี ดังนั้นผิวที่ใช้โลชั่นมันจะเป็นแบบใสขึ้น 
ขาวขึ้นกว่าเดิม กระจ่างใสแบบดูสุขภาพดี ไม่ได้ขาวเว่อร์ทันตา
ต้องใช้ระยะเวลาในการฟื้นบำรุงและพยายามหลบเลี่ยงแดด ทาครีมกันแดด
 กางร่มหรือสวมเสื้อคลุมเป็นประจำด้วยนะคะ

สวัสดีค่า วันนี้อ๊อฟจะมารีวิวการฉีดไขมันปรับรูปหน้าที่อ๊อฟเพิ่งไปทำมาล่าสุด
จริงๆ แล้วต้องบอกก่อนเลยว่าตอนแรกกะจะไปแค่ฉีดฟิลเลอร์ปาก
กับคุณหมอจูนที่ Classy Clinic เท่านั้น แต่เหลือบไปเห็นคนมาฉีดไขมันกับคุณหมอ
เยอะมาก บางคนเพิ่งออกมาจากห้องเลย ด้วยความอยาก หรือจะเรียกว่าคันก็ว่าได้ 55
เพราะทำมาหมดแล้ว ไม่ว่าจะจมูก ตา ฟิลเลอร์ โบทอกซ์ แต่ฉีดไขมันยังไม่เคย
กับเค้าสักที เลยตัดสินใจลองเข้าไปคุยกับคุณหมอก่อน ว่ารูปหน้าอ๊อฟเนี่ย
ถ้าจะฉีดจะต้องเติมต้องปรับตรงไหนบ้างปรึกษากับคุณหมอเยอะมาก นานมากกก
เพราะสำหรับอ๊อฟราคาค่อนข้างสูง ในเมื่อเราจ่ายทั้งทีก็อยากให้มันออกมาดีที่สุด
และอ๊อฟก็ไม่อยากฉีดให้มันล้น ให้มันเว่อร์จนแบบดูออก
ยังอยากให้มันดูเนียนและธรรมชาติอยู่
…………………
หลังจากปรึกษากับคุณหมอเสร็จสิ่งที่อ๊อฟกังวลคือ ฉีดแล้วมันจะดูบวมๆ
หน้าจะดูใหญ่มั้ย มันจะออกมาเหมือนปลาหมอปลาทองหรือเปล่า 555 
แต่คุณหมอบอกว่าของอ๊อฟจะเน้นแค่ปรับแต่งให้รูปหน้าดูละมุนขึ้น 
เติมในส่วนที่ขาดหายไป เช่น บริเวณขมับ ใต้ตา หน้าผาก คางนิดหน่อย
และยกให้หน้ามันดูเรียวขึ้น พอความเห็นตรงกันแบบนี้ก็ยังทำไม่ได้นะคะ 555
เพราะคุณหมอมีคิวต่อ ต้องกลับบ้านไปเตรียมตัว เตรียมใจและเตรียมตังก่อนแล้วค่อยมาใหม่

ในที่สุดก็ถึงคิวของอ๊อฟสักที ขั้นตอนเตรียมตัวก่อนทำไม่มีอะไรเลยค่ะ กินอิ่ม นอนหลับ พักผ่อน ทำใจร่มๆ แล้วรอเวลาก็พอก่อนทำทางคลีนิคจะเก็บรูปก่อนทำ-หลังทำ ข
องเรานะคะ จะได้เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน (อ๊อฟไปขอไฟล์รูปกับทางคลีนิคมาค่ะ)
จริงๆ อ๊อฟเป็นคนที่รูปหน้าค่อนข้างเรียวอยู่แล้วนะคะ เพราะฉีดโบทอกซ์
ฉีดแฟตเป็นประจำ แต่ด้วยอายุที่ 33 แล้วก็จะมีบางส่วนที่ไขมันมันหายไป
ใต้ตา ขมับ ร่องแก้มอะไรประมาณนี้ ก่อนทำก็จะมีตื่นเต้นนิดหน่อย
ไม่ได้ตื่นเต้นตอนจะฉีดที่หน้านะคะ แต่ตื่นเต้นตอนที่จะดูดที่ขาออกมานี่แหละ
เคสของอ๊อฟไม่ได้วางยานะคะ ฉีดยาชาบริเวณขาแล้วทำการดูดไขมันบริเวณต้นขาด้านในออกมา  ตอนฉีดยาชาสำหรับอ๊อฟเจ็บนะคะพูดแบบไม่อายเลย ใครบอกไม่เจ็บแต่อ๊อฟเจ็บอะ แต่เจ็บแบบทนได้ ตอนที่คุณหมอดูดไขมันก็จะมีรู้สึกแปล๊บๆ หน่วงๆ บ้าง
แถมต้องดูดสองรอบด้วย เพราะไขมันที่ออกมาของอ๊อฟมันไม่ดีเลย
เอามาใช้ได้แค่นิดหน่อยเอง T.Tหลังจากนั้นนำมาปั่นและมาคัดแต่ไขมันที่ดีที่สุดที่จะสามารถนำมาใช้ได้ แล้วนำมาฉีดที่หน้าค่ะตอนฉีดที่หน้าไม่เจ็บเลยเพราะคุณหมอฉีดยาชา แทบไม่รู้สึกอะไรเลย ฉีดและดูดที่ขาเจ็บสุดแล้วสำหรับอ๊อฟ

ทั้งดูดไขมันที่ต้นขาและฉีดใช้เวลาประมาณ 2 ชม. นะคะ ออกมาก็ใช้ชีวิตได้ปกติ 
อาจจะมีเจ็บแปล๊บๆ ที่ขา พอฉีดเสร็จอ๊อฟก็ไปเดินเล่น กินข้าวที่เซนทรัลพระราม 9 ต่อเลยหลังฉีดมีข้อควรระวังด้วยนะคะ
1. ต้องนอนหน้าตรง ห้ามนอนตะแคง 1 เดือน
2. ห้ามออกกำลังกายหรือลดน้ำหนักเด็ดขาด
3. งดนวดหน้า แต่งหน้าหรือทาครีมใน 1-2 วันแรก
4. งดการอบซาวน่า เลเซอร์หรือโดนความร้อน
5. งดกินของแสลง หมักดองและงดดื่มแอลกอฮอล์
จริงๆ ก็ไม่มีอะไรมากเลย แค่กินให้อิ่ม นอนหลับพักผ่อนเยอะๆ
**ไม่ต้องกังวลเพราะมันจะบวมแน่นอนค่ะ
แต่พอบวมแล้วมันก็จะค่อยๆ ยุบ จนเข้าที่เข้าทางเนอะ**

วันที่ 1 หลังฉีด สำหรับอ๊อฟยังไม่บวมเท่าไหร่นะคะ ยังชิวๆ อยู่
วันที่ 2 เริ่มมีบวมที่ใต้ตาแล้ว 1-3 วันแรกยังล้างหน้าไม่ได้นะคะ ต้องเช็ดหน้าด้วยน้ำเกลือไปก่อน
และก็จะมียาแก้ปวด แก้อักเสบมาให้ทานด้วยค่ะ พยายามทานให้ครบตามที่คุณหมอสั่งนะคะ
วันที่ 3 เริ่มบวมเยอะขึ้นแล้ว หน้าเริ่มดูเปลี่ยนไป ออกไปไหนใครก็มองอะ
วันที่ 4 มีตึงๆ บริเวณขมับและหน้าผากนิดหน่อยค่ะ ยังแสดงสีหน้ามากไม่ค่อยได้ ถ้าขยิบตาจะเจ็บมาก
วันที่ 5 ก็ยังบวมอยู่ กลายเป็นคนตาห่างไปเลย มีรอยช้ำใต้ตาชัดขึ้นด้วย
วันที่ 10 พวกรอยเขียว รอยช้ำต่างๆ เริ่มหายไปแล้ว
วันที่ 15 ทุกอย่างยุบเกือบหมด จะมีช่วงใต้ตาที่ยังบวมอยู่
เพราะคุณหมอเติมไปเยอะมากเพราะใต้ตาอ๊อฟค่อนข้างลึก
ครบ 1 เดือนแล้ว หน้าดูเต็มขึ้นจากเดิมเยอะเลย อาจจะมีไขมันหายไปบ้าง ไม่เต็ม 100% บ้าง
ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับแต่ละคนนะคะ ของอ๊อฟไม่ได้เติมจนล้นมาก เอาแค่พอดีๆ 
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นรีเควสคุณหมอได้เลยนะคะ ว่าชอบแบบไหน ส่วนตัวอ๊อฟแค่นี้แฮปปี้แล้ว
อันนี้เป็นรอยช้ำหลังจากที่ดูดไขมันมานะคะ สำหรับอ๊อฟฉีดไขมันไม่เจ็บหน้าเลย
เจ็บขาสุดแล้ว เดินลำบากด้วย T.T
อ๊อฟลองเทียบรูปให้ดูนะคะ ว่าแต่ละวันบวมมาก-น้อย แค่ไหน

สำหรับอ๊อฟ อ๊อฟมองหน้าตัวเองรู้สึกว่าไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปเยอะเท่าไหร่
แต่คนรอบข้างจะบอกว่ามันดูอิ่มขึ้นอ๊อฟพยายามถามแฟนบ่อยมากกก
แฟนก็บอกเปลี่ยนะ หน้าไม่ค่อยตอบแล้ว

พอมาเทียบรูปจริงๆ ก็เปลี่ยนอยู่เนอะ
แต่ก่อนหน้าผากจะแบนๆ และยุบลงไป ตอนนี้เต็มขึ้นมาเยอะเลย
ไปๆ มาๆ หน้าก็เปลี่ยนเหมือนกันนะ 555
และตอนนี้ก็ครบ 1 เดือนกับ 20 วันแล้วนะคะ โดยรวมคือชอบมากกกก มันดูละมุนขึ้นแบบเนียนๆสรุปค่าใช้จ่ายทั้งหมด อ๊อฟทำเป็นตัวฉีดเหมาทั้งหน้า ราคา 59,000 บาทนะคะ ฉีดได้แค่ครั้งเดียวถ้าแบบฉีดได้สองครั้งราคาจะอยู่ที่ 79,000 บาท ซึ่งจะฉีดหรือเติมครั้งที่ 2 ได้ต้องประมาณ 6 เดือนนะคะ สำหรับคนที่สนใจเรื่องการฉีดไขมันบอกเลยไม่ต้องรีบร้อนนะคะ หาข้อมูลหรือศึกษาไปเรื่อยๆ และพยายามคุยกับคุณหมอเยอะๆ บอกถึงความต้องการของเราชอบแบบไหนบอก ชอบมาก ชอบน้อยบอกคุณหมอได้เลยค่ะใครมีข้อสงสัยอะไร ถามมาได้เลยค่ะ
เดี๋ยวอ๊อฟแวะมาตอบให้ในคอมเม้นท์นะคะ

ใครบอกว่าเป็น Beauty Blogger เป็นเรื่องง่าย จะบอกว่าจริงๆ แล้ว มันไม่ง่ายเลยค่ะ
นอกจากเราจะต้องแต่งหน้าแทบจะตลอดเวลาแล้ว การทดลองสกินแคร์แบรนด์โน้น
แบรนด์นี้ก็เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เหมือนกัน ส่วนตัวอ๊อฟจะไม่ค่อยมีอาการแพ้
อย่างผดผื่น สิว ผิวแสบคันแบบนี้ คือแทบไม่มีเลย เว้นแต่ช่วงนั้นผิวจะอ่อนแอมากจริงๆ
แต่ปัญหาโลกแตกของอ๊อฟ คือ “ ผิวแห้งลอกเป็นขุย” อ๊อฟจะบอกว่าอ๊อฟเนี่ย
เป็นคนที่ผิวแห้งมากทำให้รีวิวเครื่องสำอางหรือครีมได้ยากขึ้น
ยิ่งผิวตัวนี่ไม่ต้องพูดถึง แห้งแตกเป็นเกล็ดเลย

ขนาดยังไม่เข้าหน้าหนาว ผิวยังแห้งและแตกขนาดนี้ ที่หน้าก็ไม่ต้องพูดถึง T.T
ปัญหาผิวแพ้ง่าย ผิวแห้งลอกส่วนหนึ่งเกิดจากขาดส่วนประกอบหลักในชั้นเซลล์ผิว
ที่เรียกว่า “เซราไมด์” ซึ่งเจ้าเซราไมด์เนี่ยเค้าจะทำหน้าที่เป็นเกราะปกป้องผิว
จากปัจจัยต่างๆ ที่จะทำให้ผิวของเราระคายเคือง
แพ้ง่ายและช่วยกักเก็บความชุ่มชื่นให้กับผิว

ดังนั้นเมื่อผิวเราขาดเซราไมด์ก็จะเสียความชุ่มชื้น ทำให้ผิวแห้งกร้าน
และทำให้เกิดอาการแพ้หรือระคายเคืองได้ง่าย
อาการผิวแห้งขาดเซราไมด์สามารถเกิดขึ้นได้จากพันธุกรรม
(สาเหตุหลักของอ๊อฟเลย เพราะคุณพ่ออ๊อฟผิวแห้งมากกกก แห้งแตกเป็นเกล็ดเลย)
ปัจจัยต่อมาก็คืออายุ พออายุเพิ่มมากขึ้นก็จะสามารถทำการผลิตเซราไมด์ได้น้อยลงเช่นกัน
และสุดท้ายปัจจัยภายนอกต่างๆ เช่น แสงแดด ความเครียด มลภาวะ
ก็เป็นตัวกระตุ้นที่ส่งผลให้เซลล์ผิวทำงานผิดปกติ และเป็นสาเหตุให้การสร้างเซราไมด์ลดลงด้วยค่ะ

วันนี้อ๊อฟเลยจะมารีวิวครีมที่ช่วยปลดล็อคผิวแพ้ แห้ง ผิวลอกเป็นขุย
ที่จริงๆ แล้วอ๊อฟเคยรีวิวไปเป็น My Favorite Skincare ของอ๊อฟเมื่อปีสองปีที่แล้ว
และเป็นครีมที่อ๊อฟใช้เป็นตัวช่วยแก้ปัญหาผิวมาตลอด นั่นก็คือ  “Curel” 
แบรนด์เวชสำอางอันดับ 1 จากประเทศญี่ปุ่น และมีขายที่นู่นมา 20 ปีแล้ว
Curel INTENSIVE MOISTURE CARE Intensive Moisture Cream เป็นผลิตภัณฑ์ Curel
ที่ได้รับการการันตีด้วยรางวัล Best Cream No.1 ในปี 2014 และ 2015
และรางวัล The Best Cosmetics Awards ประจำปี 2016 จากนิตยสาร @cosme ประเทศญี่ปุ่น
รวม 3 ปีซ้อน จะบอกว่าไม่ดีจริงไม่ได้รางวัลการันตี 3 ปีซ้อนหรอกเนอะ
( 40 กรัม ราคา 1,000 บาท )

Curel INTENSIVE MOISTURE CARE Intensive Moisture Cream
เป็นครีมที่ช่วยเติมเต็มเซราไมด์ในชั้นผิวและช่วยกระตุ้นเซราไมด์ในชั้นผิวให้ผิวสร้างขึ้นเอง เพื่อผิวที่แข็งแรง
ชุ่มชื้น ไม่แพ้ซ้ำ รวมถึงยังช่วยปกป้องการสูญเสียเซราไมด์ในชั้นผิวจากปัจจัยภายนอกอีกด้วย
เหมาะกับคนที่มีปัญหาผิวบอบบางแพ้ง่าย เป็นสูตรอ่อนโยน
ใครที่ผิวบอบบางแพ้ง่าย ผิวแห้งขาดความชุ่มชื้น อ๊อฟแนะนำให้ลองครีมตัวนี้
ถือว่าเป็นครีมที่ปลดล็อคผิวแพ้ได้เลย

เนื้อครีมของเค้าเข้มข้นมาก ด้วยส่วนผสมของครีมที่มีความพิเศษ มีเซราไมด์เข้มข้นเป็นส่วนผสมหลัก
จึงทาแล้วไม่เหนียวเหนอะหนะผิว ไม่มีสี ไม่มีกลิ่นและไม่มีแอลกอฮอล์
เกลี่ยลงบนผิวง่าย มีทิ้งความหนึบไว้บนผิวเล็กน้อย

ครีมตัวนี้บอกเลยว่าอ่อนโยนมากเพราะทำมาเพื่อคนผิวแพ้ง่ายโดยเฉพาะ
นอกจากคนผิวแห้งจะใช้ได้แล้ว คนผิวมันหรือผิวผสมก็ใช้ได้เหมือนกันค่ะ
เพราะไม่ทำให้ผิวของเรามันเพิ่มระหว่างวัน

สำหรับคนที่ผิวแห้งมาก ๆ สามารถใช้ผลิตภัณฑ์ได้ทั้งตอนเช้าและตอนเย็นเลยค่ะ
อย่างอ๊อฟผิวแห้งเนี่ยชอบมากกก ใช้ทั้งเช้าและเย็นผิวชุ่มชื้นขึ้นสุดๆ
ไม่แห้งไม่ลอก แต่งหน้าแล้วไม่เป็นคราบไม่เป็นขุย

ส่วนใครที่มีผิวธรรมดาหรือผิวผสม อ๊อฟแนะนำว่าใช้แค่ช่วงกลางคืน
ก็จะช่วยให้ความชุ่มชื้นให้กับผิวได้เพียงพอแล้วค่ะ

(อ๊อฟถ่ายแสงธรรมชาตินะคะ ดังนั้นสภาพแสงจะแตกต่างกันไปค่ะ)
รูปนี้เป็นสภาพผิวก่อนที่อ๊อฟจะทดลอง Curel INTENSIVE MOISTURE CARE Intensive Moisture Cream นะคะ
จะเห็นว่าปัญหาผิวหลักๆ ของอ๊อฟ คือ ผิวแห้งลอกเป็นขุย
แต่ไม่ได้มีผื่นแดงนะคะ จะคันๆ และรู้สึกตึงๆ บริเวณผิวที่แห้งเล็กน้อยค่ะ

(อ๊อฟถ่ายแสงธรรมชาตินะคะ ดังนั้นสภาพแสงจะแตกต่างกันไปค่ะ)
หลังใช้ Curel INTENSIVE MOISTURE CARE Intensive Moisture Cream
ตื่นเช้ามา แฮปปี้เวอร์ หน้าไม่แห้ง ไม่ลอก ไม่เป็นขุยแล้ว จับผิวไปรู้สึกได้เลยว่า
ยังมีความชุ่มชื้นอยู่บนผิว แต่จะให้ใช้ 1 คืนแล้วสรุปผลเลยอ๊อฟว่ามันยังไม่ได้
เดี๋ยวมาดูผลลัพธ์วันที่ 7 กันเลยค่ะ

(อ๊อฟถ่ายแสงธรรมชาตินะคะ ดังนั้นสภาพแสงจะแตกต่างกันไปค่ะ)
ตอนนี้อ๊อฟก็ลองใช้มาครบ 7 วัน หรือ 1 สัปดาห์แล้วนะคะ ความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดตอนตื่นเช้าขึ้นมาคือ
ผิวอ๊อฟไม่ลอกเป็นขุยแล้ว ส่วนตัวอ๊อฟผิวแห้งเลยรู้สึกว่า
มันตอบโจทย์เรื่องความชุ่มชื้นมาก

หลังจากใช้ครบ 14 วัน หรือ 2 อาทิตย์นะคะ ปัญหาผิวแห้งของอ๊อฟไม่กลับมาแล้ว
คือตื่นมาผิวชุ่มชื้นขึ้น ไม่แห้งไม่ลอกเป็นขุยแต่อย่างใด ผิวก็ดูละเอียดขึ้นด้วย

สุดท้ายอ๊อฟเทียบรูปผิวแบบใกล้ๆ ก่อนใช้และหลังใช้ครีมเซราไมด์ปลดล็อคผิวแพ้มาให้ดูตั้งแต่วันแรกและวันที่ 14 สำหรับอ๊อฟ Curel INTENSIVE MOISTURE CARE Intensive Moisture Cream ช่วยเรื่องความชุ่มชื้นของผิวได้ดีมากกกกก ผิวชุ่มชื้นขึ้นมากจริงๆ บริเวณหน้าแก้ม ซอกจมูกที่เคยลอกระหว่างที่ใช้ ไม่มีอาการเหล่านั้นกลับมาอีก

อ๊อฟว่าครีมช่วยลดการระคายเคืองผิวแห้งลอกเป็นขุยได้ดีมาก ช่วยให้ผิวแข็งแรงขึ้น
และช่วยให้อ๊อฟแต่งหน้าได้ติดทนมากขึ้นและรีวิวเครื่องสำอางและครีมต่างๆ ได้ดั่งใจ
แบบไม่ต้องกังวัลเลยค่ะ สำหรับคนที่สนใจผลิตภัณฑ์ของ Curel บอกเลยว่าเค้าไม่ได้มีตัวนี้ตัวเดียวน้า ยังมีครีมกันแดด โลชั่น ครีมอาบน้ำ แชมพู ที่เหมาะสำหรับผิวบอบบางแพ้ง่าย สำหรับตัวนี้หาซื้อออนไลน์ได้ที่
https://shopee.co.th/curel_thailand
และดูข้อมูลผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์คิวเรล
http://bit.ly/2ZnWVBD
หรือเช็คร้านค้าที่จำหน่ายได้ที่เฟสบุ๊ค Curel Thailand ค่ะ

สวัสดีค่า ห่างหายจากการรีวิวไปพักใหญ่ วันนี้อ๊อฟกลับมาแล้ว 
จะบอกว่าอ๊อฟเป็นคนที่ชอบใช้กระดาษเช็ดเครื่องสำอางมากกก เป็นคนไม่ชอบขั้นตอนทำความสะอาดหน้าอะไรเยอะแยะ เลยหันไปดูก็พบว่าตัวเองมีพวกกระดาษหรือทิชชู่เช็ด
คสอ. เยอะมากวันนี้เลยรวบรวมเอามาทำรีวิวให้สาวๆ ได้อ่านกันค่ะ

และนี่ก็เป็นทั้งหมดที่อ๊อฟใช้มาค่ะ ใครมียี่ห้อดีๆ ที่เช็ดแล้วสะอาดๆ 
แวะมารีวิวหรือบอกอ๊อฟหน่อยน้าาา อ๊อฟจะได้ไปซื้อมาลองบ้าง
สำหรับรีวิวหน้าอ๊อฟจะรวบรวมอะไรมารีวิว อย่าลืมติดตามกันด้วยนะคะ