Category

Skincare

Category

การดูแลผิวหน้าไม่ว่าขั้นตอนไหนก็มีความสำคัญทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการทาสกินแคร์
บำรุงผิว การมาส์กหน้าหรือสครับผิวหน้า หรือการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับผิวหน้า
ซึ่งทั้งหมดที่อ๊อฟพูดมาบอกได้เลยว่าสำคัญมาก ละเลยไม่ได้เลย แต่ยังมีอีกขั้นตอน
ที่สำคัญไม่แพ้กันที่อ๊อฟอยากให้ทุกคนหันมาดูแลเอาใจใส่ให้มาก ๆ
นั่นก็คือ “การทำความสะอาดผิวหน้า”

สาวๆ หลายคนอาจมีความเชื่อว่าแค่การล้างหน้าธรรมดา ด้วยโฟมล้างหน้า
ก็สะอาดเพียงพอแล้ว แต่อ๊อฟบอกเลยว่าไม่พอแน่นอนค่ะ ยิ่งสาวๆ ที่แต่งหน้า
ทาครีมกันแดด ลงบีบีครีมหรือรองพื้น ถ้าล้างหน้าเพียงอย่างเดียว
สิวผดสิวอุดตันถามหาแน่ ๆ วันนี้อ๊อฟเลยมีผลิตภัณฑ์ดีๆ
มาแนะนำที่บอกเลยว่าสาวๆ จะต้องหลงรักตัวนี้แน่นอนถ้าได้ลองใช้

DR. WU MILD-O GENTLE CLEANSING MOUSSE เป็นคลีนซิ่งมูสตัวใหม่ล่าสุด
ของ DR. WU ด้วยเทคโนโลยีการทำความสะอาดผิวที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ
สามารถทำความสะอาดผิวได้อย่างล้ำลึกโดยไม่ต้องใช้แรงถูมากเกินไป
ใช้กรดอะมิโนธรรมชาติจากข้าวโอ๊ตเพื่อทำความสะอาดผิวอย่างอ่อนโยน
และมีสารสกัดจากธรรมชาติ ซึ่งจะไม่ทำให้เกิดความเสียหายต่อผิว
และช่วยลดความตึงบนผิว ช่วยให้ผิวผ่อนคลายอีกด้วย

เนื้อมูสที่เนียนนุ่มเป็นเอกลักษณ์และเป็นมิตรกับผิวช่วยรักษาระดับ pH ที่เหมาะสม
ถ้าพูดถึงเรื่อง ค่า pH สาวๆหลายคนอาจจะงง ว่ามันคืออะไร ทั้งๆ ที่เคยได้เห็นได้ยิน
แต่อาจไม่เคยสนใจอะไร ซึ่งจริงๆแล้วค่า pH เหล่านี้มีประโยชน์ต่อการเลือกใช้
ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องสำอางหรือสกินแคร์ของเราอีกด้วย
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังบอกว่าค่าผิวหน้าของคนเราเนี่ยจะเป็นกรดอ่อนๆ
อยู่ที่ประมาณ 4.5 – 6.5 เพื่อช่วยควบคุมสมดุลการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย
และป้องกันสิ่งสกปรกต่างๆ เข้าไปในชั้นผิว ดังนั้นการเลือกใช้คลีนซิ่งควรเลือกใช้
ให้ใกล้เคียงกับสภาพผิวหน้าของเราด้วยนะคะ

เพราะถ้าผิวหน้าของเรามีค่า pH น้อยเกินไป (เป็นกรดสูง) ปัญหาที่ตามมาก็คือ
ใบหน้าของเราจะมันเยิ้มมากขึ้น และปัญหาที่ตามมาก็คือ “ปัญหาสิว” นั่นเอง
และถ้าผิวหน้าของเรามีค่า pH มากเกินไป (เป็นด่างสูง) เกราะปกป้องผิวตามธรรมชาติ
ก็จะถูกทำลาย ส่งผลให้สภาพผิวแห้ง หยาบกร้าน มีอาการแพ้และเป็นผื่นได้ง่ายค่ะ

และคลีนซิ่งมูสของ DR.WU ตัวนี้เค้าก็เหมาะกับสภาพผิวของเรามากๆ
นอกจากจะขจัดสิ่งสกปรกได้อย่างสะอาดหมดจดแล้ว คลีนซิ่งตัวนี้เค้ายังมีค่า pH 5.5
นั่นแสดงว่าคลีนซิ่งของ DR.WU MILD-O GENTLE CLEANSING MOUSSE
เค้ามีความเป็นกรดอ่อนๆ ที่ใกล้เคียงกับผิวหน้าของคนเรา ซึ่งข้อดีของค่า pH 5.5
เค้าจะช่วยป้องกันการทำลายฟิล์มคุ้มครองผิวตามธรรมชาติ
และช่วยรักษาสมดุลของแบคทีเรียบนผิวหนัง
คืนสภาพผิวที่สมดุลและสุขภาพดี

ซิ่งคลีนซิ่งตัวนี้เนื้อมูสเค้าเนียนนุ่มมาก เหมาะกับทุกสภาพผิวเลย
ไม่ว่าจะผิวแห้งไปจนผิวแพ้ง่ายเพราะเค้าไม่มีสารที่ก่อให้เกิดการแพ้ได้ค่ะ
แต่คนที่ผิวขาดน้ำ ผิวแห้งตึง อ๊อฟแนะนำตัวนี้เลย
นอกจากจะทำความสะอาดผิวได้ดีแล้ว
ยังช่วยให้ผิวหน้าชุ่มชื้นขึ้นอีกด้วย

หลังจากที่ใช้ DR.WU MILD-O GENTLE CLEANSING MOUSSE ทำความสะอาด
ผิวเป็นประจำ สิ่งที่อ๊อฟสังเกตได้เลยว่า ผิวหน้าของอ๊อฟจากที่แห้งตึงมันดูชุ่มชื้นขึ้น

จากในรูปจะเห็นว่าผิวของอ๊อฟค่อนข้างจะแห้งตึงจนเห็นเป็นเส้นริ้วเล็กๆ
รูขุมขนค่อนข้างกว้าง ระหว่างวันหน้าจะมันช่วงหน้าแก้มและทีโซน
หลังใช้เป็นประจำความมันบนผิวหน้าของอ๊อฟก็เริ่มลดลง
เพราะตัวนี้เค้าช่วยปรับสมดุลของผิว ช่วยให้การเกิดสิวลดน้อยลง
และยังทำให้ผิวมีสุขภาพดีขึ้น

สำหรับสาวๆ ที่สนใจผลิตภัณฑ์ของ
DR.WU MILD-O GENTLE CLEANSING MOUSSE
ตัวนี้เค้ามีขายเฉพาะที่ Shopee Mall ,LAZADA : DR.WU Thailand เท่านั้น
ถ้านอกเหนือจากนั้นต้องระวังของลอกเลียนแบบด้วยนะคะ

Line@: @drwuthailand Website : www.drwuthailand.com

#Taiwannumber1SkincareBrand #drwu #drwuthailand

สวัสดีค่า วันนี้อ๊อฟรวบรวมเอาเซรั่มทั้งหมด 20 ยี่ห้อ ที่ใช้แล้วผิวใส
หน้าเด็กบอกเลยว่ามีทั้งถูกและดี และแพงแต่คุ้มค่ามาฝากทุกคนกัน
หวังว่าสาวๆ จะชอบกันนะคะ จะมีตัวไหนเด็ดๆ บ้าง ตามไปอ่านกันเลยค่า

และนี่คือสภาพผิวของอ๊อฟเองนะคะ อายุ 33 ขวบแล้ววว แต่โดยรวมผิวยังโอเคอยู่เนอะ

สวัสดีค่า…หลังจากปีที่แล้ว อ๊อฟได้ทำรีวิวสกินแคร์
สำหรับปี 2018 ไป ซึ่งกระแสและผลตอบรับดีมากกก
วันนี้อ๊อฟเลยได้โอกาสทำรีวิวสกินแคร์ปี 2019 ที่อ๊อฟใช้อยู่
ตั้งแต่ต้นปี มารีวิวให้สาวๆ ได้ดูกันค่ะ

อ๊อฟเป็นคนผิวผสมค่ะ จะมีแห้งและลอกตรงจมูกบ้างถ้าอากาศหนาวๆ
ส่วนผิวกายนี่แห้งมากกก บางครั้งแตกเป็นเกล็ดเลย ใบหน้ามีกระนิดหน่อยค่ะ

ซึ่งขั้นตอนการทาครีมของอ๊อฟก็จะประมาณนี้ค่ะ ถามว่าต้องใช้ครบทุกตัวมั้ย
ตอบเลยว่าไม่จำเป็นค่ะ อยากให้ดูสภาพผิวของเราเป็นหลักว่ามีปัญหาอะไร กังวลสิ่งไหนเป็นพิเศษ อยากดูแลบำรุงเรื่องไหน ซึ่งสกินแคร์ที่อ๊อฟมารีวิวบางคนอาจจะใช้แล้วเห็นผลดี บางคนอาจจะใช้แล้วแพ้ก็เป็นไปได้ค่ะ ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องทดลองแล้วเลือกให้เหมาะสมกับเรานะคะ อย่างอ๊อฟเคยลองตามรีวิวได้ผลดีก็มี แพ้ก็มีค่ะ ต้องค่อยๆ เลือกและลองไป เดี๋ยวเรามาดูกันเลยว่าสกินแคร์ทั้งหมดทั้งมวลที่อ๊อฟใช้อยู่มีอะไรกันบ้าง


เป็นยังไงกันบ้างคะ สกินแคร์ที่อ๊อฟใช้ สำหรับใครที่มีสภาพผิวหน้าคล้ายๆ
อ๊อฟลองไปหามาใช้ดูน้าาา ตัวไหนดีไม่ดียังไงอย่าลืมมาแชร์ในคอมเม้นท์นะคะ
สำหรับวันนี้ต้องขอตัวไปเขียนรีวิวต่อ บ๊าย บายค่า

สวัสดีค่า วันนี้อ๊อฟจะมารีวิวแปรงสีฟัน Colgate SlimSoft Deep Clean 
ซึ่งจริงๆ ก็เป็นแปรงสีฟันที่อ๊อฟใช้อยู่แล้วเป็นประจำ ไม่ค่อยอยากจะอวดเลย…อายยแต่ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้วเนอะ ขออนุญาติอวดแปรงสีฟันที่อ๊อฟใช้เป็นประจำหน่อย

อย่างที่บอกว่าแปรงสีฟันที่อ๊อฟใช้เป็นประจำนั่นก็คือ “Colgate SlimSoft Deep Clean “
สีที่ใช้อยู่ก็จะเป็นสีดำเหมาะกับสาวลึกลับๆ น่าค้นหาแบบอ๊อฟนี่แหละ 555

เห็นสภาพอย่างนี้อย่าเพิ่งตกใจไปนะคะ เพราะอ๊อฟใช้จริงอะไรจริงมาหลายด้ามแล้ว
เลยจะมารีวิวให้เพื่อนๆ ดูว่าแปรงสีฟันคอลเกตรุ่นนี้ใช้แล้วมันดี มันพิเศษยังไง

และที่เห็นอยู่ก็คือ ” Colgate SlimSoft Deep Clean ” แปรงสีฟันสำหรับผู้ใหญ่ที่มีหัวแปรงเล็กและมีความนุ่มเป็นพิเศษ หลายคนอาจจะไม่เคยรู้ว่าการเลือกแปรงสีฟัน
ที่ขนนุ่มมันดียังไง แปรงสีฟันที่ขนนุ่มหรือนุ่มเป็นพิเศษจะสามารถทำความสะอาดฟันได้ดี
ไม่เสี่ยงต่อการทำให้ฟันสึกซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของการเสียวฟัน
ซึ่งเรื่องนี้ทางกรมอนามัยเค้าแนะนำมาเลยเชียวนะ

ซึ่งแพคเกจจิ้งของทางคอลเกตก็ออกแบบมาให้ดูสีสันสดใสน่าใช้มาก 
รายละเอียดทุกอย่างบอกครบหมด ทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจเลือกซื้อได้ง่าย

คอลเกต แปรงสีฟัน สลิมซอฟท์ ดีพคลีน อัลตร้าซอฟท์ ราคาเพียงแค่ 59 บาท 

มากันที่ด้ามแปรงกันบ้าง ดีไซน์ออกมามีความแข็งแรง
จับถนัดมือแถมยังมีรูปร่างที่รับกับนิ้วมืออีกด้วย

แปรงสีฟันมีปุมกันลื่นหลายจุดมาก อย่างเช่นด้านหลังที่ทำออกมา
ให้รับกับนิ้วมือได้พอดี ด้านหน้า ด้านบนและด้านท้ายของด้ามแปรง
เรียกได้ว่ากระชับแน่นหนาแปรงฟันแล้วไม่มีหลุดมือแน่นอน

ขอบอกว่าแปรงสีฟัน Colgate SlimSoft Deep Clean เค้ามีความหยืดยุ่น
แม้กระทั่งด้ามแปรงรวมไปถึงขนแปรงเลยแหละ เดี๋ยวอ๊อฟจะมารีวิวให้ดูว่า
ขนแปรงเค้ามีความนุ่ม ความยืดหยุ่นขนาดไหน

มาดูกันที่ขนแปรงกันบ้าง ขนแปรงปลายเรียว <0.01มม.* พัฒนาพิเศษ
เพื่อช่วยทำความสะอาดเศษอาหาร และคราบพลัค บริเวณร่องเหงือก
และซอกฟัน เมื่อเปรียบเทียบกับขนแปรงปลายมนทั่วๆ ไป

ยิ่งขนแปรงปลายเรียวเล็กยิ่งขึ้นมากเท่าไหร่ก็สามารถทำความสะอาดซอกฟันได้ดี
และลึกมากขึ้นที่สำคัญไปกว่านั้นแปรงฟันเพียงแค่ครั้งเดียวสามารถขจัดคราบพลัค
ได้ถึง 88%** ในบริเวณที่มีคราบพลัคหนาแน่นและเมื่อแปรงฟันต่อครั้งนาน 2 นาที

บางคนอาจไม่รู้ว่าขนแปรงเล็กขนาดไหนจะบอกว่ามันเล็กมากจริงๆ  
เส้นผ่านศูนย์กลางของปลายขนแปรงเล็กกว่า 0.01 มม. เลยทีเดียว…เป็นไงล่ะ
เล็กอย่างที่บอกมั้ย คราวนี้มาดูกันที่ความนุ่มของขนแปรงกันบ้าง จะบอกว่าขนแปรงนุ่ม
และยืดหยุ่นมว๊ากกกกก นุ่มกว่ารุ่นก่อนๆ ของคอลเกตที่เคยใช้มาหลายรุ่นอีกนะ
ใครยังไม่เคยลองอยากให้ลองจริงๆ

คราวนี้มาทดสอบกับมะเขือเทศดูบ้าง แค่ใช้แปรงสีฟันนวดๆ ถูๆ วนๆ
ลงบนมะเขือเทศ ถูไปถูมาหลายครั้งมาก

มะเขือเทศยังไม่มีรอยช้ำเลย เห็นมั้ยว่าขนแปรงของ Colgate SlimSoft Deep Clean
เค้านุ่มไม่บาดผิวหรือบาดเหงือกจริงๆ 

เมื่อลองนำมาแปรงฟันแบบไม่มียาสีฟันให้ดูจะเห็นว่าข้อดีที่ขนแปรงปลายเรียว 0.01 มม* ทำให้เข้าถึงซอกฟันได้ดีมาก ด้านในของฟันกรามที่ทำความสะอาดลำบาก แปรงสีฟัน Colgate SlimSoft Deep Clean ก็สามารถเข้าไปทำความสะอาดเศษอาหารและคราบพลัคได้ดีเรียกได้ว่าเข้าไปลึกถึงทุกซอกทุกมุมของบริเวณร่องเหงือกและซอกฟันเลยแหละ 

สะอาดขนาดไหนจะเห็นได้ว่าไม่มีคราบเศษอาหารตกข้างหรือติดตามซอกฟันเลย
บางคนอาจสงสัยว่า คราบพลัคคืออะไร คราบพลัค คือ แผ่นคราบจุลินทรีย์ที่เกิดจากแบคทีเรียและน้ำตาลซึ่งมีลักษณะเหมือนแผ่นฟิล์มเหนียวไร้สีที่ค่อยๆ เกาะรวมตัวกันบนผิวฟัน เป็นสาเหตุหลักของการเกิดฟันผุและโรคเหงือก ซึ่งหากไม่ได้ทำความสะอาดออกทุกวันอย่างถูกวิธี คราบพลัคนี้ก็จะแข็งตัวขึ้น จนกลายเป็นหินปูนได้ เห็นอย่างนี้แล้วการเลือกซื้อแปรงสีฟันที่ขนแปรงปลายเรียวเล็กและนุ่มเป็นพิเศษจริงสำคัญมากๆ เลย

สุดท้ายนี้อยากจะรีวิวความประทับใจทั้งหมดทั้งมวลว่า “คอลเกต สลิมซอฟท์ ดีพคลีน
ขนแปรงนุ่มมากจริง ปลายเรียวเล็กมากจริง ทำความสะอาดได้ดีมากจริงๆ

เอาเป็นว่า อ๊อฟลองแล้ว อ๊อฟลองแล้ว ใครๆ ก็ลองแล้ว แล้วคุณล่ะ…ลองหรือยัง
สุดท้าย ท้ายสุด อยากจะร้องเป็นเพลงพี่ติ๊กว่า ร๊ากกกก….ไม่ยอมเปลี่ยนแปลง
จริงๆ มันไม่ใช่นะคะ ต้องร้องว่า ร๊ากกกก….ต้องยอมเปลี่ยนแปรง(สีฟัน)
อย่าลืมเปลี่ยนแปรงทุกๆ  3 เดือน และควรพบทันตแพทย์ทุกๆ 6 เดือนด้วยรักนะคะ


ถ้าพูดถึงคำว่า ” ผิวสวย ”  หลายคนอาจจะคิดว่าผิวสวย = ผิวขาว เท่านั้น ซึ่งอ๊อฟอยากจะบอกว่ามันไม่จริงเลย
ผิวสวย คือ ” ผิวที่มีสุขภาพดี ” เพราะต่อให้มีผิวขาวตามค่านิยมก็จริงแต่ถ้าผิวสุขภาพไม่ดี หมองคล้ำ แห้งกร้าน
กระดำกระด่าง จับไปแล้วไม่เนียนนุ่มชุ่มชื่น แบบนั้นก็คงจะไม่ดีว่ามั้ยคะ ? ซึ่งตอนนี้เทรนด์ผิวสุขภาพดีไม่ว่าจะ
เป็นผู้หญิงหรือผู้ชายก็เป็นที่นิยมกันมากขึ้น

แต่เอ๊ะ…สาวๆ คงอยากรู้ว่าผิวเราสุขภาพดีหรือไม่ ? ไม่ยากเลยค่ะ วิธีเช็คสุขภาพผิวนั้นทุกคนสามารถทำตามได้
ซึ่งสามารถดูได้ด้วยตาเปล่าว่าผิวของเรานั้นมีสีผิวที่สม่ำเสมอมั้ย ถ้าตาดูแล้วยังไม่ชัดก็ต้องลองสัมผัสหรือจับผิวดูว่า
เนียนนุ่มชุ่มชื่นรึเปล่า แต่ถ้าอยากรู้ชัดๆ ให้ลองเอาเล็บขีดที่ผิวเบาๆ ดู ถ้าไม่เห็นรอยขีดขึ้นเป็นสีขาวๆ แสดงว่าผิวของเรา
มีความยืดหยุ่นและมีความชุ่มชื้นอยู่ค่ะ และการที่เราจะดูแลผิวนั้น บางคนคิดว่าต้องใช้ของแพงๆ หรือเปล่า
ต้องเป็นของจากธรรมชาติมั้ยจริงๆ แล้ว วิธีการดูแลผิวของเรามีมากมายหลายวิธี อย่างเช่น การมาส์กหน้า
จากอโวคาโด หรือว่านห่างจระเข้ก็สามารถทำให้ผิวเราเนียนนุ่มชุ่มชื่นได้ แต่บางคนไม่มีเวลาล่ะ จะเริ่มยังไง
ไม่ต้องห่วงค่ะ เริ่มง่ายๆ ที่ ” สบู่ ” ขั้นตอนง่ายๆ อาบน้ำล้างหน้านี่แหละ

ใช่ค่ะ การมีผิวสุขภาพดีไม่ใช่เรื่องยาก แค่รู้จักดูแลตัวเองเพิ่มขึ้นอีกสักหน่อยก็สามารถมีผิวที่สุขภาพดีได้แล้ว
ยิ่งสมัยนี้มีผลิตภัณฑ์มากมายตามท้องตลาดออกมาเป็นตัวเลือกให้กับสาวๆ ซึ่งควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่น่าเชื่อถือ
อย่าง Dettol Aura สบู่เดทตอล ออร่า อโลเวร่า และ อโวคาโด ออยล์ สบู่ที่ช่วยปกป้องผิว ทำความสะอาดสิ่งสกปรก 
และช่วยลดการสะสมของแบคทีเรีย ผสานคุณค่าสารสกัดจากธรรมชาติว่านห่างจระเข้และอโวคาโด ช่วยถนอมผิว
และบำรุงผิวให้เนียนนุ่ม พร้อมมอยร์เจอร์ไรเซอร์ ช่วยให้ผิวคงความชุ่มชื้นอย่างอ่อนโยน ให้ผิวดูกระจ่างใสสุขภาพดี
มีออร่า เมื่อใช้เป็นประจำอย่างต่อเนื่อง สามารถใช้ได้กับทุกสภาพผิว จะผิวขาว ผิวสีแทน ก็ใช้ได้หมด

มาดูกันที่หน้าตาของแพคเกจจิ้งของผลิตภัณฑ์กันบ้าง สบู่ถูกแพคและบรรจุมาในกล่องอย่างดี เอาจริงนะ
เห็นแล้วก็อยากใช้เลย พรีเซนเตอร์นี่ก็มีส่วนสำคัญในการเลือกซื้อมากนะ ก็อยากสวยเหมือนปูไปรยาอะ 55

รายละเอียดและส่วนผสมต่างๆ ก็อยู่ด้านหลังกล่อง ซึ่งสูตรนี้มีส่วนผสมอย่างอะโวคาโด
และอโลเวร่าซึ่งมีคุณสมบัติช่วยให้ผิวเนียนนุ่มชุ่มชื่น

สบู่เป็นก้อนสีเขียวเรียบๆ ก้อนค่อนข้างใหญ่ แถมยังเป็นก้อนสี่เหลี่ยมจับได้พอดีมือเลยส่วนกลิ่นไม่ได้หอม
เหมือนสบู่ทั่วไปตามท้องตลาดที่ใส่น้ำหอมมา กลิ่นจะออกเป็นแนวสบู่ที่ให้ความรู้สึกเฟรชๆ สดชื่นๆ มากกว่า

เห็นมั้ย ก้อนใหญ่สะใจมาก ขนาด 125 กรัม ราคาเพียงแค่ 48 บาท แต่ใช้ได้นานเป็นเดือนเลย คุ้มอะไรขนาดนี้

ถ้าใครชอบอาบน้ำแบบฟองเยอะๆ ใช้แค่ตาข่ายถูตัว ถูๆ กับสบู่ แปปเดียวฟองก็แน่นแล้ว เวลาอาบก็จะฟิน

แถมฟองที่ได้ออกมาเนียนนุ่มพอๆ กับวิปโฟมเลย ไม่ได้โม้นะ ไม่เชื่อไปลองทำตามดูได้เลย

สบู่เดทตอล ออร่า อโลเวร่า และ อโวคาโด ออยล์ สามารถใช้ได้ทั้งหน้าและตัวนะจ๊ะไม่ต้องกลัวว่า
จะเอามาล้างหน้าแล้วผิวหน้าจะแห้ง ไม่แห้งแน่นอนจ้า เพราะสูตรนี้เค้าเน้นเรื่องช่วยการบำรุงผิวให้เนียนนุ่มชุ่มชื่น ดูมีออร่า

นวดๆ วนๆ ล้างๆ แปปเดียวผิวหน้าก็สะอาดแล้ว สาวๆ คนไหนที่แต่งหน้าจัดๆ ใช้พวกคสอ. กันน้ำแนะนำว่า
ควรเช็ดด้วยเมคอัพรีมูฟเวอร์ก่อน หลังจากนั้นค่อยใช้สบู่ล้างหน้าทำความสะอาดต่อได้เลยแต่เอาจริงๆ
ใช้สบู่เดทตอลก้อนเดียวล้าง คสอ. ก็หลุดออกหมดแล้ว

ล้างเสร็จผิวเนียนนุ่มขึ้นทันที ลูบไปไม่มีดังเอี๊ยดนะจ๊ะ สามารถลงสกินแคร์บำรุงผิว แต่งหน้าต่อได้เลย

อะๆ ไม่เชื่อ ลองดูใกล้ๆ สิ ผิวดูเรียบเนียนกระจ่างใสเลยเมื่อใช้อย่างเป็นประจำและใช้อย่างต่อเนื่อง

หลังจากล้างหน้าแล้วก็มาอาบน้ำต่อ ก้อนเดียวจบ ไม่ต้องใช้อะไรให้วุ่นวายๆ ถ้าถามว่าสบู่ก้อนเดียวพอจริงหรอ
สำหรับอ๊อฟพอนะ เพราะอ๊อฟไม่ได้ชอบใช้อะไรเยอะในขั้นตอนการอาบน้ำ จะไปเน้นหนักที่พวกสกินแคร์มากกว่า

มาดูกันที่สีผิวกันบ้าง อ๊อฟเป็นคนผิวสองสีและเป็นคนผิวแห้ง ผิวค่อนข้างหมองคล้ำและสีผิวไม่สม่ำเสมอ
ถ้าดูไกลๆ อาจจะไม่เห็นว่าผิวแห้ง ถ้าลองมาลูบดูจะรู้เลยว่าผิวจะแห้งๆ สากๆ ( ยื่นแขนให้ลูบรัวๆ )

หลังใช้สบู่เดทตอลออร่า ผิวไบรท์ขึ้นทันทีเลยนะ คือมันไม่ได้ใช้แล้วขาวแบบเป็นคนผิวขาว ขาวโอโม่นะ
ผิวมันดูกระจ่างใสขึ้นมากกว่า ยิ่งหลังอาบน้ำใหม่ๆ นะ ผิวดูไบรท์ขึ้นเลย เดี๋ยวจะเทียบให้ดูข้างที่ใช้กับไม่ได้ใช้

เห็นมั้ยข้างที่ใช้กับไม่ได้ใช้แตกต่างกันเห็นๆ ข้างที่ใช้สบู่ Dettol Aura ผิวดูมีออร่าขึ้นกว่าข้างที่ไม่ได้ใช้จริงๆ

คราวนี้มาซูมดูแบบชัดๆ ให้เห็นถึงความแตกต่างก่อนใช้และหลังใช้กันบ้าง จะเห็นว่าก่อนใช้ผิวแห้งกร้าน
สีผิวหมองคล้ำหลังใช้ครบ 1 เดือน บอกเลยว่าผิวเรียบเนียนขึ้น ใสขึ้น แล้วก็ชุ่มชื้นมากขึ้นด้วย
ใช้จนหมดก้อนขึ้นก้อนที่สองแล้วเนี่ย!!

เอียงคอ มองกล้อง จือปากตามปู ไปรยา แปป นี่ไม่ใช่ปู ไปรยา แต่คือ อ๊อฟ วนิดา ขอสรุปทั้งหมดเลยละกันเนอะ
สบู่เดทตอล ออร่า อโลเวร่า และ อโวคาโด ออยล์ ใช้แล้วผิวกระจ่างใสดูมีออร่าขึ้นจริง แถมยังช่วยบำรุงผิวให้เนียนนุ่ม
ชุ่มชื่นได้ดีอีกด้วย ในราคาก้อนละ 48 บาท ถือว่าคุ้มมว๊ากกกกกกกกดีกว่าที่คิดไว้มากเลย ลืมภาพสบู่ที่ใช้แล้ว
ผิวแห้งตึงลูบผิวดังเอี๊ยดไปได้เลย เดินเข้า 7/11 โลตัส บิ๊กซี วัตสันแถวบ้านแล้วซื้อมาลองใช้เถอะ ไม่ผิดหวังแน่นอน

เข้าสู่เดือนเมษาอย่างเต็มตัว และรีวิวตอนนี้จะเป็นอะไรไม่ได้นอกจากครีมกันแดดนั่นเอง
ซึ่งครีมกันแดดตอนนี้จะปกป้องผิวเราจากแสงแดดอย่างเดียวเห็นทีจะไม่พอ
ต้องปกป้องไปถึงแสงสีฟ้าจากจอคอมพิวเตอร์และมือถือ รวมไปถึงมลภาวะ ฝุ่น
อีกด้วย วันนี้อ๊อฟเลยหยิบเอาครีมกันแดดที่อ๊อฟใช้อยู่ทั้งหมด 17 ตัวมารีวิวให้ดูกันค่ะ

ปกติแล้วกันแดดเป็นสิ่งที่อ๊อฟขาดไม่ได้เลย
เพราะอ๊อฟเป็นคนที่ทำกิจกรรมนอกบ้านบ่อยมากกก กันแดดที่ใช้ทาตัวส่วนมาก
ทาแล้วผิวจะแอบวอก และก็ค่อนข้างเหนียวเหนอะหนะ ไม่สบายผิว หลังๆ
อ๊อฟเลยไม่ค่อยทา สีผิวก็เลยไม่สม่ำเสมอ ทั้งหมองคล้ำ กระดำกระด่าง
ยิ่งเป็นคนที่ใส่นาฬิกาตลอด พอผิวคล้ำขึ้นจะเห็นได้ชัดเลยว่าสีผิวไม่สม่ำเสมอ
แต่อากาศร้อนแบบนี้ จะให้แต่งตัวมิดชิด ไม่ทากันแดด ก็ไม่ไหว
แต่ถ้าจะแต่งตัวแบบโชว์ผิว ก็ต้องเจอทั้งแสงแดดและมลภาวะ
ผิวยิ่งหมอง ยิ่งคล้ำเสียเข้าไปอีก ไม่ขาวจริงจังซะที

แต่ตอนนี้อ๊อฟไม่กลัวอีกต่อไปแล้ว เย้ๆๆๆ เพราะอ๊อฟมีตัวช่วยสำคัญในการปกป้องและบำรุงผิว นั่นก็คือ Biore UV Anti-Pollution Body Care Serum Intensive White SPF50+ PA+++กันแดดทาตัวไวท์เทนนิ่ง ขาวกระจ่างใสจริงยืนหนึ่งใน 14 วัน ปกป้องผิวเอาอยู่ทั้งแดดและมลภาวะ ที่สำคัญผิวไม่กลับไปหมองคล้ำอีก !!!!

Biore UV Anti-Pollution Body Care Serum Intensive White SPF50+ PA+++

  • ช่วยปรับผิวหมองคล้ำ จุดด่างดำ สีผิวไม่สม่ำเสมอจากรังสี UVA1, UVA2 และ UVB แบบ Ultra UV Protection ด้วย SPF50+ PA+++ ให้ผิวแลดูกระจ่างใสใน 14 วัน
  • บอกลาผิวแห้งเสีย ช่วยคงความแข็งแรงและยืดหยุ่นให้กับผิวชั้นนอกด้วย
  • มี Anti-Pollution Shield เกราะป้องกันผิวจากมลภาวะ ฝุ่น ควันและสิ่งสกปรกที่จะเข้ามาทำร้ายผิวคุณ
  • ช่วยปรับผิวให้ดูกระจ่างใสขึ้นด้วย Vitamin B3 และสารสกัดจากส้มยูซุ พร้อมบำรุงล้ำลึก ให้ผิวไม่แห้งกร้าน หลังออกแดดด้วย Moisturizing Pack และ น้ำแร่ธรรมชาติจากญี่ปุ่น
  • สูตรกันน้ำและกันเหงื่อ เหมาะกับใช้ในชีวิตประจำวัน

เนื้อกันแดดของ Biore UV ตัวนี้เป็นเนื้อเซรั่มที่บางเบามากกก
แถมยังมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ติดผิวเวลาทาอีกด้วย

ตัวเนื้อเซรั่ม ค่อนข้างลื่นและเกลี่ยง่าย หลังจากเกลี่ยไม่นาน เนื้อเซรั่มก็ซึมลงสู่ผิวทันที
ไม่เหนียวเหนอะหนะเลย สบายผิวด้วย อ๊อฟว่าเหมาะกับสภาพอากาศบ้านเรามาก สามารถใช้ได้ทุกวันเลย

เวลาที่ทาลงบนผิวจะรู้สึกได้ว่าผิวบริเวณที่ทาดูสว่างไบรท์ขึ้นระดับนึง แต่ไม่ได้ทำให้ผิววอกหรือลอยนะ

เห็นรอยนาฬิกาที่ข้อมือเค้ามั้ยยย เค้าเชื่อว่าเกือบทุกคนต้องมีรอยแบบนี้
หลังจากลองใช้ไปประมาณ 2 สัปดาห์ รอยนาฬิกาหายไปแล้ว สีผิวสม่ำเสมอขึ้น

สีผิวดูเท่ากัน แล้วก็แอบขาวขึ้นนิดนึงด้วยแหละ

กันแดดควรใช้ทุกวันนะเพื่อปกป้องผิวไม่ให้หมองคล้ำ ใครกำลังมองหากันแดดทาตัวแนะนำเลย
Biore UV Anti-Pollution Body Care Serum Intensive White SPF50+ PA+++
เป็นมากกว่ากันแดดเพราะช่วยปกป้องผิวจากทั้งแดดและมลภาวะ ออกไปข้างนอกทั้งวัน เจอทั้งแดด ทั้งมลภาวะ ฝุ่น ควัน กลับมาบ้านยังรู้สึกว่าผิวก็ยังขาวใสอยู่เลย
แถมมีไวท์เทนนิ่งที่ช่วยให้ผิวเรากระจ่างใส ขาวขึ้นจริงใน 14 วัน ไม่กลับไปคล้ำอีก

อย่าลืมไปหามาใช้กันน้าาา
50 มล. ราคา 129.00 บาท
150 มล. ราคา 290.00 บาท
หาซื้อได้ที่ร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศ

เรื่องกลิ่นปากไม่เข้าใครออกใคร และเป็นปัญหาที่คนส่วนใหญ่ละเลยไม่ให้ความสำคัญ
บางคนอาจเคยชินกับกลิ่นปากของตัวเองเลยไม่รู้ว่าตัวเองมีกลิ่นปากไม่พึงประสงค์
รวมไปถึงละเลยการดูแลสุขภาพในช่องปาก ทำให้เสียบุคลิคและขาดความมั่นใจ
ดังนั้นวันนี้อ๊อฟเลยมีตัวช่วยสำคัญ ที่จะช่วยเรียกความมั่นใจของเรากลับมา
นั่นก็คือ ยาสีฟันคอลเกตโททอล® แอดวานส์ เฟรช สูตรปรับปรุงใหม่

ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2562 ทางคอลเกตได้เปลี่ยนจากผลิตภัณฑ์คอลเกตโททอลสูตรเดิมเป็นสูตรปรับปรุงใหม่ซึ่งคอลเกตโททอลสูตรใหม่นั้นสามารถช่วยลดการสะสมของแบคทีเรียหนึ่งในสาเหตุสำคัญของกลิ่นปาก
ไม่เพียงเฉพาะบริเวณฟันเท่านั้น แต่ยังรวมถึงลิ้น กระพุ้งแก้ม และเหงือกได้ 12 ชั่วโมง*

บางคนสงสัยว่าสูตรเก่าแตกต่างกับสูตรใหม่อย่างไร ยาสีฟันคอลเกตโททอลสูตรปรับปรุงใหม่นั้น
ได้ใส่ประโยชน์เข้าไปมากขึ้นกว่าเดิม!นอกจากจะช่วยลดคราบพลัค
ลดปัญหาสุขภาพเหงือก ลดคราบบนผิวฟัน ลดการเกิดหินปูน และป้องกันฟันผุ
ยังสามารถช่วยลดการเสียวฟันลดการสะสมของแบคทีเรียเพื่อปกป้องผิวฟัน
และยังสามารถปรับสมดุลช่องปาก ช่วยลดกลิ่นปาก พร้อมกับปรับปรุงรสชาติใหม่
ที่ช่วยให้ช่องปากสะอาดและรู้สึกสดชื่นมากขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย

เทคโนโลยีของคอลเกตโททอลสูตรใหม่ใช้ส่วนประกอบที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
เช่น ซิงค์ และอาร์จินีน ที่ช่วยปกป้องแบบโปรแอคทีฟช่วยลดการสะสมของแบคทีเรีย
อย่างที่บอกไปว่าไม่เพียงเฉพาะบริเวณฟันเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงลิ้น กระพุ้งแก้ม
และเหงือกอีกด้วย เพื่อให้ช่องปากของเราของแข็งแรงและมีสุขภาพดี

เมื่อบีบยาสีฟันออกมาจะเห็นว่าเป็นแบบเนื้อเจลสีฟ้าตัดขาว
แค่บีบออกมาก็ได้กลิ่นเฟรชๆ รู้สึกได้ถึงความเย็นสดชื่นแล้ว

เนื้อยาสีฟันแบบเจลนั้นเมื่อนำมาวนที่ฝ่ามือจะสัมผัสได้เลยว่าเนื้อเนียนนุ่ม
ไม่จับกันเป็นก้อนหรือเม็ดเล็กๆ

ต่อมาอ๊อฟจะทำการทดสอบว่ายาสีฟันคอลเกตโททอลนั้นผสมแป้งหรือไม่
ซึ่งยาสีฟันบางยี่ห้อในท้องตลาดนั้นมีแป้งผสมอยู่ทำให้ประสิทธิภาพในการแปรงฟัน
หรือดูแลช่องปากลดลง ซึ่งอุปกรณ์ในการทำการทดสอบก็ไม่ยากเลยค่ะ
มีเบตาดีน ยาสีฟันคอลเกต โททอล สูตรปรับปรุงใหม่และน้ำเปล่า

นำยาสีฟันคอลเกต โททอล สูตรปรับปรุงใหม่มาละลายในน้ำเปล่า
หลังจากนั้นหยดเบตาดีนลงไป 3 – 4 หยด และจึงคนให้เข้ากัน

ยาสีฟันที่ไม่ผสมแป้ง น้ำจะไม่เปลี่ยนสี เย้ๆๆๆ มั่นใจได้เลยว่า
ยาสีฟันคอลเกตโททอล® แอดวานส์ เฟรช สูตรปรับปรุงใหม่ของเรา 
ประสิทธิภาพอัดแน่นเต็มหลอด

แต่สำหรับคนที่หยดเบตาดีนลงไปมากไปก็ไม่ต้องตกใจไปค่ะ

เพราะมันจะออกมาเป็นสีเหลืองของเบตาดีนแต่จะไม่เปลี่ยนเป็นสีดำหรือสีอื่นๆ
ถ้าเปลี่ยนเป็นสีดำหรือสีอื่นๆนอกเหนือจากนี้แสดงว่า ยาสีฟันผสมแป้งแน่นอน
ย้ำอีกครั้งว่า คอลเกต โททอล สูตรปรับปรุงใหม่ ไม่มีการผสมแป้งแน่นอนค่ะ

ต่อมาเราจะทำการทดสอบความเป็น กรด – ด่าง และความเป็นกลางให้ดูกันค่ะ ซึ่งอุปกรณ์ที่เราต้องมีก็คือ “กระดาษลิตมัส”

กระดาษลิตมัสเป็นกระดาษที่ใช้ทดสอบสมบัติความเป็นกรด-เบส ของของเหลว กระดาษลิตมัสมีสองสีคือสีแดงหรือสีชมพู และสีน้ำเงินหรือสีฟ้า 
วิธีใช้คือการสัมผัสของเหลวลงบนกระดาษ ถ้าหากของเหลวมีสภาพเป็นกรด

(pH < 4.5) กระดาษจะเปลี่ยนจากสีน้ำเงินเป็นสีแดง 
และในทางกลับกันถ้าของเหลวมีสภาพเป็นเบส (pH > 8.3)

กระดาษจะเปลี่ยนจากสีแดงเป็นสีน้ำเงิน ถ้าหากเป็นกลาง (4.5 ≤ pH ≤ 8.3) 
กระดาษทั้งสองจะไม่เปลี่ยนสี

และอ๊อฟก็เตรียมน้ำส้มสายชู ยาสีฟันละลายในน้ำเปล่า และน้ำยาล้างมือ
มาทำการทดสอบให้ดูค่ะ

น้ำส้มสายชู ซึ่งเป็นตัวแทนของความเป็นกรด อาหารที่มีกรดจะทำลายเคลือบฟัน
ทำให้ฟันกร่อนหรือบางลง ทำให้ฟันอ่อนแอและเกิดฟันผุได้

น้ำยาล้างมือ ซึ่งเป็นตัวแทนของความเป็นด่าง อาหารหรือผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปาก
ที่เป็นด่างมากเกินไปก็สามารถทำลายเคลือบฟันได้เช่นกันค่ะ

ต่อมาเราจะทำการทดสอบยาสีฟันคอลเกต โททอลสูตรปรับปรุงใหม่
ด้วยกระดาษลิตมัสทั้งสองสีเลยค่ะ

นำกระดาษลิตมัสทั้งสองสีจุ่มลงไปในน้ำที่มียาสีฟันคอลเกตโททอล® แอดวานส์
เฟรช สูตรปรับปรุงใหม่ใหม่ ละลายอยู่

พอดึงขึ้นมาจะเห็นว่า กระดาษลิตมันทั้ง 2 สี ไม่เปลี่ยนสีเลยทั้งสองอัน
แสดงว่ายาสีฟันคอลเกตโททอล® แอดวานส์ เฟรช สูตรปรับปรุงใหม่นั้น
มีความเป็นกลางไม่กัดกร่อนและทำลายเคลือบฟันแต่เพียงอย่างใด 

มาถึงรสชาติของยาสีฟันกันบ้าง รสชาติจะออกหวานนิดๆ ไม่มีรสชาติเค็มเหมือนสูตรเก่า
แปรงแล้วไม่เผ็ดหรือแสบปากจร้าาาให้ความรู้สึกเย็นสดชื่นและสบายปากมากกก
หลังแปรงรู้สึกได้เลยว่ากลิ่นและลมหายใจสดชื่นขึ้นทันที

ปกติแล้วต้องพูดอย่างไม่อายเลยว่า อ๊อฟก็เคยมีปัญหาเรื่องกลิ่นปากค่ะ ไม่เคยรู้เลยว่าตัวเองมีกลิ่นปาก
จนแฟนเริ่มมาบอกและชอบไล่ให้ไปแปรงฟัน ซึ่งอ๊อฟก็แปรงบ่อยและแปรงนานมาก
พยายามหลีกเลี่ยงอาหารที่มีกลิ่นแรงๆ
ใช้ทั้งไหมขัดฟัน น้ำยาบ้วนปาก แต่ก็ยังมีกลิ่นเล็ดลอดออกมา

หลังจากได้ทดลองใช้ ยาสีฟันคอลเกตโททอล® แอดวานส์ เฟรช สูตรปรับปรุงใหม่
เป็นเวลา 14 วัน ขึ้นไป ช่วงอาทิตย์แรกก็รับรู้ได้ถึงการเปลี่ยนแปลงเลยว่ากลิ่นปากเริ่มลดลง
แฟนไม่ค่อยทักว่ามีกลิ่นปากแล้ว มั่นใจในการพูดคุยกับคนอื่นมากขึ้น
ไม่ต้องคอยอมลูกอมหรือเคี้ยวหมากฝรั่ง

ส่วนเรื่องความขาวขึ้นนั้น สำหรับอ๊อฟว่ามันขาวและสว่างขึ้นนิดหน่อย ไม่ได้ขาวจั๊วะเหมือนเวลาเราไปฟอกฟันที่คลีนิค
จะสังเกตุได้ชัดเลยก็ตอนแต่งหน้า ทาลิปสติกสีแดงแล้ว
ฟันไม่เหลืองจ้าาาา แฮปปี้สุดๆ นี่สินะที่เรียกว่า “ขาวใสแบบธรรมชาติ”

สรุปเลยแล้วกันเนอะ ยาสีฟันคอลเกตโททอล® แอดวานส์ เฟรช สูตรปรับปรุงใหม่นั้น
ถ้าให้ 5 คะแนนเต็มอ๊อฟขอให้ 4.5 เลยละกันคือจริงๆ ก็ชอบทั้งหมดแหละเพราะนอกจากแพคเกจของผลิตภัณฑ์
ที่ทำออกมาให้ดูน่าใช้แล้ว เรื่องของประสิทธิภาพในการทำความสะอาดฟันก็ดีมากด้วย
จุดเด่นที่อ๊อฟชอบจริงจังเลยก็คือ เรื่องของกลิ่นปากที่ลดลงอย่างชัดเจนมาก  ถ้าเป็นไปได้อยากให้ช่วย
ลดการสะสมของแบคทีเรียสาเหตุของการเกิดกลิ่นปากให้ถึง 24 ชม. เลย ฮ่า ฮ่า ฮ่า จะดีมากกก
สำหรับคนที่ยังไม่เคยลองสูตรใหม่ สูตรเก่าว่าดีแล้ว สูตรใหม่ดีกว่าเดิมไปอี๊กกก…..อยากให้เธอได้ลอง 

สวัสดีค่ะ ช่วงนี้ไม่ต้องบอกก็รู้เลยว่าอากาศบ้านเรามันร้อนจริงๆ

ร้อนถึงขนาดที่ว่าแค่ก้าวออกจากบ้านเมคอัพก็จะละลายแล้ว

และสิ่งที่สาวๆ อย่างเราจะขาดไม่ได้เลยนั่นก็คือ “สเปรย์น้ำแร่”

ที่จะช่วยให้ความรู้สึกเย็นสดชื่น ให้ความชุ่มชื้นสบายผิว

นอกจากจะช่วยบำรุงและลดการระคายเคืองแล้ว ยังต้องช่วยล็อค

เมคอัพให้อยู่นานๆ อีกด้วย วันนี้อ๊อฟเลยจะมารีวิวสเปรย์น้ำแร่

ทั้งหมดที่เคยใช้มา เดี๋ยวเรามาดูกันว่าตัวไหนควรมีติดกระเป๋าไว้

หลายคนคงคุ้นเคยกับแบรนด์นี้อยู่แล้ว ซึ่งสเปรย์น้ำแร่ที่ผลิตออกมาก็คือน้ำแร่จริงๆ แบบเดียวกับแบบดื่มเลย ถ้าใครชอบดื่มน้ำแร่อยู่แล้ว เอาตัวนี้มาฉีดหน้าก็จะรู้สึกได้แค่ความสดชื่น และความชุ่มชื่นของผิวนิดหน่อย
แต่ไม่ได้ช่วยให้เมคอัพติดทนนานมากเท่าไร
เพิ่งจะรู้เหมือนกันว่าสมูทอีก็มีสเปรย์น้ำแร่กับเค้าด้วย ตัวนี้ทำได้ดีเกินคาดเพราะนอกจะให้ความชุ่มชื้นกับผิว
ได้ดีมากแล้ว ตัวนี้ฉีดบ่อยๆ ผิวยิ่งใส หน้ายิ่งเนียน รูขุมขนกระชับขึ้นอีกด้วย
ใครที่ผิวแห้ง ผิวขาดน้ำตัวนี้ความเข้มข้นสูงมากเพราะเป็นไฮยารูลอนที่ให้ความชุ่มชื้นกับผิว เป็นสเปรย์น้ำแร่ที่มีละอองน้ำอนุภาคไมโคร พอลองฉีดแล้วรู้เลยว่าละอองละเอียดมาก ผ่านไปหลายชั่วโมงหน้าก็ยังชุ่มชื้นอยู่
แต่ไม่ได้มากเหมือนตอนฉีดใหม่ๆ นะคะ โดยรวมคือดีงาม
น้ำแร่ตัวนี้อุดมไปด้วยแร่ธาตุสำคัญถึง 15 ชนิด ช่วยปลอบประโลมผิว ลดอาการผิวแห้ง แสบแดง คันได้ค่อนข้างดี เวลาอากาศร้อนๆ ฉีดแล้วเย็นสบายผิวดีมาก เรื่องทำให้เครื่องสำอางติดทนยังไม่ค่อยเห็นผลเท่าไหร่
หนักไปเรื่องความลดการอักเสบของผิวมากกว่า
จุดเด่นของตัวนี้ อ๊อฟให้เรื่องบรรเทาการแพ้ ผดผื่น การระคายเคืองและอักเสบของผิว เพราะเค้ามีแร่ธาตุซิลิเนียม นอกจากจะฉีดให้สดชื่นแล้ว เวลาแสบหน้าเนื่องจากตากแดดนานๆ ตัวนี้ทำได้ดีเลย สดชื่นเย็นสบายผิวมาก
ตัวนี้เป็นสเปรย์น้ำแร่ที่ฉีดแล้วฟินมากกกกก เพราะละอองสเปรย์ละเอียดแบบสุดๆ ไปเลย
ฉีดแล้วชุ่มชื่นผิวดีมากกก ผิวแห้งผิวแพ้ง่ายตัวนี้ใช้ได้ดีเลย
ตัวนี้ชอบถึงต้องมีทั้งขวดเล็กขวดใหญ่ติดไว้เพราะฉีดแล้วสดชื่นมากกก ละอองที่ฉีดออกมาก็ละเอียด
เวลาผิวอักเสบมาฉีดตัวนี้บรรเทาอาการได้ดีมาก ฉีดแล้วเมคอัพไม่ไหลเยิ้ม
เหมือนเป็นสเปรย์น้ำแร่เอนกประสงค์ยังไงยังงั้น
สเปรย์น้ำแร่ธรรมชาติ 100% ที่เหมือนกับเอเวียง แต่จุดเด่นของตัวนี้คือน้ำแร่ที่พ่นออกมาละเอียดมากกก เมื่อสเปรย์ทับเครื่องสำอาง ละอองที่ละเอียดมากๆ จะกระจายบนใบหน้าได้อย่างทั่วถึงโดยที่ไม่จับตัวเป็นหยดน้ำ
ขนาดใหญ่ เวลาที่เราทาแป้งก็จะไม่เป็นคราบ และละอองละเอียดก็ได้ดีขึ้นด้วย
ถ้าใครเคยใช้เจลว่างหางจระเข้ของแบรนด์นี้ อยากจะบอกว่าเค้ามีสเปรย์น้ำแร่แล้วนะ แถมทำออกมาได้ดีด้วย เหมาะกับอากาศร้อนๆ อย่างบ้านเรามาก เพราะมีส่วนผสมของว่านหางจระเข้ที่ช่วยลดอาการแสบร้อนของผิว
เวลาโดนแดดได้ แถมยังให้ความชุ่มชื่นกับผิวได้ดีอีกด้วย
จุดเด่นของสเปรย์น้ำแร่ตัวนี้อ๊อฟว่าเด่นในเรื่องช่วยให้เมคอัพเซตติดทนได้ดีขึ้นมากกว่าการบำรุง
และให้ความชุ่มชื้นกับผิว ฉีดแล้วเมคอัพไม่ไหลเยิ้ม แถมราคาและแพคเกจก็ยังน่ารักอีกด้วย
ปกติชอบอะไรที่เป็นส่วนผสมนมๆ เคยใช้ครีมอาบน้ำกับโลชั่นแล้วชอบมาก เลยไปซื้อสเปรย์น้ำแร่ของ Beauty Buffet มาลองดู ละอองสเปรย์ค่อนข้างใหญ่เลยไม่ประทับใจเท่าไหร่ เอาไว้ฉีดก่อนแต่งหน้าเป็นบางครั้งบางคราว
โอกุม่าสเปรย์น้ำแร่อันโด่งดัง แบรนด์นี้โด่งดังมากเพราะสรรพคุณเค้าเยอะเหลือเกิน แต่ก่อนใช้บ่อยมาก เพราะใช้แล้วดีจริง แต่เดี๋ยวนี้ใช้น้อยลงเพราะมีตัวอื่นน่าใช้มากกว่าและที่สำคัญราคาของแบรนด์อื่นถูกกว่าเยอะเลย

สุดท้ายเป็นสเปรย์น้ำแร่ที่ให้ความสดชื่นได้ดีอีกตัวเพราะช่วยเติมความชุ่มชื่นให้กับผิวได้ดีมาก แต่คนที่ผิวมันอาจจะไม่ชอบเพราะตัวนี้ฉีดแล้วจะเหนอะๆ ผิวนิดนึงเนื่องจากมันเป็นเจลว่านหางจระเข้ที่มาในรูปแบบสเปรย์ แต่ถ้าคนผิวแห้งฉีดแล้วน่าจะชอบเพราะเวลาฉีดผิวจะดูฉ่ำๆ

สวัสดีค่ะ วันนี้อ๊อฟมีข่าวดีสำหรับคนผิวแห้งถึงแห้งมาก ต้องบอกก่อนว่าดีใจมว๊ากกก
เพราะตอนนี้ CeraVe มีขายที่ไทยแล้ว สมัยก่อนถ้าจะซื้อต้องพรีออเดอร์หรือฝากเพื่อนหิ้วมาจากอเมริกา
ซึ่งราคาก็ไม่ถูกเลย พอเห็นว่าทางพันทิปมีกิจกรรมดีๆ กับทาง CeraVe อ๊อฟเลยเข้าร่วมอย่างไม่ลังเล
เพราะจะได้บอกกับคนที่มีปัญหาผิวแห้งถึงผิวแห้งมากหรือผิวอ่อนแอ
ผิวเซนซิทีฟง่ายเหมือนอ๊อฟได้รู้จักแบรนด์ดีๆ ไว้ เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการดูแลผิว
CeraVe เป็นแบรนด์ที่พัฒนาขึ้นมาโดยแพทย์ผิวหนังชั้นนำของอเมริกา
ซึ่งเน้นในเรื่องการบำรุงและเสริมความแข็งแรงรวมไปถึงการปกป้องผิว
ด้วยส่วนผสมของเซราไมด์สำคัญถึง 3 ชนิด และไขมันจำเป็นอื่นๆ
ควบคู่ไปกับเทคโนโลยี MVE ซึ่ง MVE หรือ Multivesicular emulsion เป็นเทคโนโลยีที่ทางแบรนด์เลือกใช้
ในการนำส่งสารบำรุงเข้าสู่ผิวลักษณะจะเป็นรูปทรงกลมเป็นชั้นๆ ตามภาพ เวลาลงผิวก็จะค่อยๆ แตกตัว
และปล่อยสารบำรุงออกมาทีละชั้นอย่างช้าๆ นานๆทำให้สารเพิ่มความชุ่มชื้นต่างๆ อยู่ในผิว
ของเราได้ยาวนานมากขึ้น
ข้อดีอย่างหนึ่งของ CeraVe คือการใช้ Ceramide ทั้ง 3 ชนิด คือ Ceramide 1, Ceramide 3
และ Ceramide 6-II ในสัดส่วนที่เหมาะสมเพื่อเป็นเสริมการฟื้นฟู Barrier ผิวของเราได้อย่างลงตัว
และผลิตภัณฑ์ที่อ๊อฟคิดว่าเป็นตัวเด็ดตัวดังของแบรนด์ CeraVe เลยก็คือ ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มมอยเจอไรซ์เซอร์
เนื้อครีมและเนื้อโลชั่นที่สามารถทาได้ทั้งผิวหน้าและผิวกายในราคาที่เราสามารถจับต้องได้
นั่นก็คือ CeraVe Moisturising Lotion For Dry to Very Dry Skin
ที่วันนี้อ๊อฟจะมารีวิวอย่างละเอียดให้เพื่อนๆ ได้ดูกันค่ะ
CeraVe Moisturising Lotion For Dry to Very Dry Skin เป็นตัว Moisturizing lotion
ที่มาในรูปแบบเนื้อโลชั่นมี 2 ขนาด คือ ขนาดเล็ก 88 ml และขนาดใหญ่ 473 ml  ซึ่งวันนี้ที่อ๊อฟจะมารีวิว
คือขนาดเล็ก 88 ml ค่ะ ลักษณะเนื้อโลชั่นเป็นสีขาว ซึ่งอ๊อฟจะบอกว่ามันเหมาะกับสภาพอากาศ
ของบ้านเรามากเพราะทาแล้วมันไม่เหนียวเหนอะหนะผิวเลย
เป็นเนื้อโลชั่นที่มีความเข้มข้นแต่เนื้อบางเบา ซึมซาบสู่ผิวได้อย่างรวดเร็วและไม่ทิ้งความเหนียวเหนอะหนะ
ให้กับผิวเวลาทาจะไม่รู้สึกลื่นหรือเหนียวเหนอะหนะผิวเลยแม้แต่น้อย
สามารถที่จะเคลือบและเก็บกักความชุ่มชื้นได้ยาวนาน
เป็นเหมือน Barrier อยู่บนผิว ไม่ถูกล้างออกไปโดยง่ายเมื่อโดนน้ำ
ก่อนที่จะไปดูผลลัพธ์ อ๊อฟอยากให้เห็นถึงสภาพผิวของอ๊อฟก่อน เห็นแล้วอย่าเพิ่งตกใจกันน้าาา
ต้องบอกก่อนเลยว่า อ๊อฟเป็นคนที่ผิวแห้งถึงแห้งมากที่สุดโดยเฉพาะบริเวณขา
เรียกได้ว่าแห้งแตกเป็นเกล็ดเป็นขุยเลย ไม่ว่าจะทาโลชั่นหรือทาออยล์ตัวไหนก็เอาไม่อยู่
ยิ่งถ้าหน้าหนาวไม่ต้องพูดถึงแตกจนเลือดออกซิบๆ เลย แถมที่นอนยังเต็มไปด้วยขุยขาวเลอะเทอะไปหมด T.T
ซึ่งวิธีการใช้โลชั่นก็ไม่ยุ่งยากเลยค่ะ ใช้ทาได้ทั้งผิวหน้าและผิวกาย ส่วนตัวอ๊อฟเป็นคนที่ผิวบริเวณขาแห้งมาก
ดังนั้นอ๊อฟจะเน้นช่วงขามากกว่าส่วนอื่นค่ะ ซึ่งปริมาณการทาก็ปกติเลย ไม่ได้ต้องใช้เยอะมากกว่าเดิม
เพราะโลชั่นเค้ามีความเข้มข้นและประสิทธิภาพในการกักเก็บความชุ่มชื้นให้กับผิวได้อย่างยาวนาน
หลังจากที่อ๊อฟได้ใช้ CeraVe Moisturising Lotion จะเห็นได้ว่าผิวแห้งแตกและเป็นขุยหายไปแล้ว
หลังจากที่ทาโลชั่นเข้าไปผิวเนียนนุ่มชุ่มชื้นขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลย ซึ่งปกติเวลาอ๊อฟทาโลชั่นสักพัก
ผ่านไป 2-3 ชม. ต้องกลับมาทาซ้ำเพราะผิวจะกลับมาแห้งและแตกเหมือนเดิม แต่ CeraVe Moisturising Lotion
ไม่ต้องกลับมาทาซ้ำเลย หลังผ่านไป 24 ชม. ผิวยังคงชุ่มชื้นอยู่ ลูบไปก็ไม่มีขุยขาวๆ
ซึ่งอ๊อฟใช้โลชั่นตัวนี้เดี่ยวๆ เลย ไม่ได้ทาออยล์หรือทาครีมตัวอื่นเพิ่ม
คราวนี้มาดูกันว่าใช้ CeraVe Moisturising Lotion ต่อเนื่อง 1 อาทิตย์แล้วเป็นยังไงบ้าง
ฮือออออ….จะบอกว่าผิวดีขึ้นจากครั้งแรกมากเลย ทาไปแค่ 1 อาทิตย์เท่านั้น ผิวก็เนียนเรียบขึ้น ชุ่มชื่นมากขึ้น
ไม่แห้งแตกและเป็นขุยเหมือนแต่ก่อนแล้วดีต่อใจสำหรับคนผิวแห้งถึงแห้งมากที่สุดอย่างอ๊อฟมากจริงๆ
สรุปก่อนใช้และหลังใช้ CeraVe Moisturising Lotion จะบอกว่าอ๊อฟประทับใจมาก
จากที่เคยใส่แต่กางเกง กระโปรงขายาวเพราะอายที่ขาแห้งแตกเป็นขุย ตอนนี้พอได้มาใช้เซราวีทำให้อ๊อฟมั่นใจ
ที่กล้าโชว์และเผยผิวมากขึ้นกว่าเดิมมากเพราะใช้แล้วผิวชุ่มชื่นขึ้นกว่าเก่ามาก ยิ่งใช้เป็นประจำทำให้เห็นชัดเลย
ว่าผิวแข็งแรงขึ้น เรียกได้ว่าชุ่มชื้นยาวนานถึง 24 ชม. จริงๆที่สำคัญนอกจากจะทำให้ผิวแข็งแรงขึ้น
แล้วเหตุผลหลักที่อ๊อฟคิดว่ามีผลต่อการตัดสินใจอีกอย่างก็คือเนื้อโลชั่นสัมผัสดีงามมากกกก
ไม่เหนียวเหนอะหนะและอ่อนโยนต่อผิว เหมาะกับสภาพอากาศร้อนๆ อย่างบ้านเรามาก
สุดท้ายท้ายสุด สำหรับใครที่มองหาสกินแคร์คุณภาพดี ราคาน่ารัก อ๊อฟอยากฝาก CeraVe ไว้เป็นอีกหนึ่งแบรนด์
อยากให้ลองใช้กัน ลองไซส์เล็กแล้วจะติดใจอยากวิ่งไปซื้อไซส์ใหญ่ สำหรับเพื่อนๆ ที่ผิวแห้งเหมือนอ๊อฟ
บอกเลยว่าตัวนี้มันเวิร์คมาก ซื้อไปไม่เสียดายสะตุ้งสตางค์แน่นอน
หาซื้อได้ที่ Watsons, Boots, Eveandboy, Beautrium, ร้านขายยา
และโรงพยาบาลชั้นนำทั่วไป ช้อปออนไลน์ทาง @Lazada ก็มีน้าาาา