Category

Make up

Category
ประเทศไทยประกาศเข้าสู่หน้าร้อนอย่างเป็นทางการแล้ว
ความจริงไม่ต้องประกาศก็ได้เนอะเพราะบ้านเราไม่มีวันไหน
ที่ไม่ร้อนอยู่แล้ว ยิ่งงานของอ๊อฟต้องออกไปถ่ายรูปรีวิวโน่นนั่นนี่นอกสถานที่
ซึ่งหลีกเลี่ยงแสงแดดและมลภาวะต่างๆ ไม่ได้อยู่แล้ว

ยิ่งแดดร้อนเท่าไหร่ก็ยิ่งทำร้ายผิว ดังนั้นโลชั่นกันแดดจึงจำเป็น
และสำคัญที่สุด และตัวช่วยที่ทำให้ผิวอ๊อฟไม่คล้ำเสียจะเป็นอะไรไปดูกันเล๊ยยยย

Cetaphil SUN SPF50+ PA++++ Light Gel เจลกันแดดประสิทธิภาพสูง เนื้อบางเบา เกลี่ยง่าย ซึมซาบเร็ว ให้ความรู้สึกเบาสบายผิว สูตร Very Water Resistant กันน้ำและกันเหงื่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสำหรับการเล่นกิจกรรมทางน้ำหรือกิจกรรมกลางแจ้งที่เหงื่อออกมาก ปกป้องผิวได้สูงสุดและยาวนานจากทั้งรังสี UVA และ UVB ด้วยคุณสมบัติ SPF 50+ PA++++อ่อนโยน ปลอดภัย ปราศจากส่วนผสมของน้ำหอมและสารกันเสีย ทำให้ไม่เกิดการอุดตัน
เหมาะสำหรับผิวบอบบางแพ้ง่าย และสามารถใช้ได้ทั้งผิวหน้าและผิวกาย

เซตาฟิล เป็นผลิตภัณฑ์ดูแลผิวเหมาะสำหรับทุกสภาพผิวและผิวบอบบางแพ้ง่าย
เป็นผลิตภัณฑ์ที่คิดค้นและแนะนำโดยผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังว่าอ่อนโยน ปลอดภัย

เนื้อเจลกันแดดมีสีขาวออกไปทางเหลือง
เนื้อบางเบา เกลี่ยง่าย ซึมซาบเร็ว ให้ความรู้สึกเบาสบายผิว
ซึ่งผลิตภัณฑ์ของเซตาฟิลทุกตัว ไม่มีส่วนผสมของ paraben, alcohol, สบู่

ซึ่งสูตรใหม่ที่ออกมานี้ค่อนข้างเกลี่ยง่ายกว่ารุ่นเก่าๆ
อาจจะมีความหนืดบ้างซักเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ทิ้งคราบขาวไว้บนผิวเลย

อ๊อฟว่าเจลกันแดดตัวนี้เหมาะกับคนผิวแห้งด้วยนะ
เพราะว่าทาแล้วรู้สึกได้เลยว่าผิวชุ่มชื้นแต่ไม่เหนียวเหนอะหนะเลย

สำหรับคนที่ชอบครีมกันแดดเนื้อบางบางสบายผิว อยากให้ได้ลอง
Cetaphil SUN SPF50+ PA++++ Light Gel เจลกันแดดตัวนี้ไม่ได้ทาได้แค่ผิวหน้า
ด้วยนะคะ ผิวกายก็ทาได้ค่ะ อากาศร้อนๆ แบบนี้อย่าลืมทาครีมกันแดดกันด้วยนะคะ

มาทันเวลาแบบฉิวเฉียดเฉียดฉิวพอดี เห็นสีแดงๆ แบบนี้จะเป็นเทศกาลอะไรไปไม่ได้นอกจาก “ตรุษจีน” นั่นเอง
และแน่นอนว่าตรุษจีนปีนี้หรือปีไหนๆ ก็หนีไม่พ้นลิปสติกสีแดง แต่ลิปสติกสีแดงไม่ได้มีกันแค่เฉดเดียวเนอะ
มันมีมากมายหลายเฉด ประมาณ 20 เฉดสีเลยทีเดียว
วันนี้อ๊อฟเลยรวบรวมเอาลิปสติกสีแดงที่แตกต่างกันหลายๆ เฉด ที่คิดว่าใกล้เคียงกับชาร์ตมาสวอชให้ดู
แต่ก่อนที่จะไปดูสวอชลิปสติกทั้งหมดนี้อ๊อฟเลือกและคัดมาแล้วว่ามันดี มันโอเค แต่ไม่ได้เรียงลำดับ
จากความชอบนะคะ โดยทั้งหมดนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของอ๊อฟทั้งหมดน้าาา
ถ้าสวอชแล้วสีไม่ตรงสีเพี๊ยนยังไงต้องกราบขออภัยมา ณ กระทู้นี้ด้วยค่ะ
อ๊อฟพยายามจัดแสงปรับค่าเควินให้ตรงกับที่ตาเราเห็น
จากแท่งลิปสติกที่สุด ดังนั้นพร้อมแล้ว ไปดูกันเล๊ยยยยย
NYX  SOFT MATTE LIP SMLC01 สี Amsterdam ราคา 250 บาท
ลิปสติกสีแดงเจือส้มเนื้อแมทท์ เนื้อครีมนุ่มกลิ่นหอมเหมือนขนม ทาแล้วไม่แห้งด้าน
ติดทนนานพอสมควร เนื้อลิปเนียนนุ่ม เกลี่ยง่ายมว๊ากกกก เม็ดสีแน่นสุดๆ กลบสีปากได้ 100 %
Bisous Bisous LOVE YOU CHERIE CRD07 – Lustrous ราคา 595 บาท
เป็นลิปสติกเนื้อครีมสีแดงเจือสีน้ำตาลหน่อยๆ เม็ดสีชัดมากทาเพียงรอบเดียวก็สามารถกลบริมฝีปากได้เลย
ตัวนี้พอทาออกมาแล้วไม่แมทท์ออกจะครีมมี่มากกว่าติดทนในระดับนึง
กินอะไรก็มีหลุดบ้างแต่เติมแล้วไม่เป็นคราบ
THE BALM Meet Matt(e) Hughes สี Adoring ราคา 950 บาท
เป็นลิปลิขวิดเนื้อแมทท์ที่เนื้อดีทาแล้วสวยมาก เป็นสีแดงเข้มอมน้ำตาล มีกลิ่นมินท์ทาแล้วเย็นๆ
หัวแปรงของลิปคือดีมากกก เวลาทาจะบิดรับกับรูปริมฝีปากของเราได้ดีกว่าแปรงที่หัวแข็งๆ
ทำให้ทาลิปง่ายกว่าแปรงทั่วๆไป ติดทนนานมาก ทาแล้วไม่หนักริมฝีปาก
L’OREAL Rouge Magique สี 901 THE FORT ราคา 349 บาท
ลิปสติกเนื้อ Comfort Matte สี 901 Thé Fort สีน้ำตาลดาร์คฮอตช๊อคโกแลต สีสวย เม็ดสีชัดเจนดี
เนื้อลิปสติกนุ่มทาออกมาแล้วไม่แมทท์มาก มีความชุ่มฉ่ำและวาวๆอยู่ แต่ติดไม่ค่อยทนเท่าไหร่
WET N WIDE-MEGA LAST LIP สี Red Velvet 139 บาท
ลิปสติกในตำนานเชื่อว่าสาวๆ ต้องมียี่ห้อนี้ติดกระเป๋ากันแทบจะทุกคน
สีนี้จะแดงอมชมพูนิดๆราคา ทาแล้วกลบสีปากได้ดี เนื้อลิปสติกทาง่าย ติดทนนานมากกกกก
Mamonde Creamy Tint Squeeze Lip สี No.3 Chic red ราคา 450 บาท
ลิขวิดลิปสติกในรูปแบบทรงแท่งหลอดบีบเป็นลิปสติกเนื้อแมทท์กึ่งกำมะหยี่
เป็นแดงอมส้มๆ ที่สวยมาก เนื้อไม่แห้งแบบรุ่นเก่าๆ ติดทนกลางๆ มีกลิ่นกุหลาบ
เม็ดสีแน่นมาก จะทาเต็มๆ ริมฝีปากหรือใช้นิ้วเกลี่ยให้ขอบปากเบลอๆ ก็สวย
YSL TATOUAGE COUTOUR MATTE STAIN #1 ราคา 1,550 บาท
เป็นลิปจิ้มจุ่มที่หรูหรามาก เนื้อลิปคือดีงามทาง่าย เป็นเนื้อบางๆ จะทาแบบเบาๆ หรือบิ๊วท์ให้สีแน่นขึ้นก็ได้
เพียงแค่ทาซ้ำหลายๆ รอบ หัวแปรงทรงพิเศษทารับกับขอบปากได้ดีเว่อร์ เป็นลิปจิ้มจุ่มที่ไม่ได้เนื้อหนาหนักปาก
อารมณ์จะคล้ายทิ้นท์แต่หนากว่า นางคือ lip stain ที่ทาแล้วผู้ดี๊…ผู้ดี
Dior Rouge Dior #999 ราคา 1,400 บาท
เป็นลิปสติกสีแดงคูลโทนที่สวยมากอีกหนึ่งสี เนื้อลิปมีความฉ่ำหน่อยๆ เนื้อลิปเนียนนุ่มเกลี่ยง่ายมาก
ทาแล้วสวยไม่หนักปาก กลบสีปากมิด ชอบในความชุ่มชื่นของ Lip Dior ไม่ทำให้ปากแห้ง
ไม่เป็นคราบไม่ตกร่อง แต่สีอาจจะติดไม่ค่อยทนเท่าไหร่
MAC MATTE CARMINE ROUGE #A96 ราคา 880 บาท
ลิปสติกทรงกระสุนสุดคลาสสิค เป็นเนื้อแมทท์ที่มีความแดงอมชมพูที่ทาแล้วไม่แมทท์แห้ง
มีความเบาสบายปากอยู่ เม็ดสีค่อนข้างชัดทาออกมาก็ได้สีตามแท่งเลย
ไม่เป็นคราบไม่ตกร่อง และติดทนนานพอสมควร
L’OREAL สี R514 PEARLY RUBIE FOLLIE ราคา 200 บาท
ตัวนี้เป็นลิปสติกเนื้อ Matte ทีชุ่มชื้นมาก…ชุ่มชื้นมากจริงๆเม็ดสีแน่น สีชัดมาก
ปาดครั้งเดียวสามารถกลบสีริมฝีปากจริงของเราได้เลย
เนื้อลิปสติกเนียนนุ่มเกลี่ยง่าย ทาแล้วทำให้ปากเราดูฉ่ำและอวบอิ่มขึ้น
Lancome Juicy Shaker CHERRY STMPHONY #151 ราคา 990 บาท
ลิปสติกรุ่นนี้ของลังโคมเค้าเป็นลิปสติกสูตรน้ำที่ผสมระหว่างเม็ดสีและออยล์บำรุงริมฝีปาก
เอกลักษณ์ของลิปรุ่นนี้คือต้องเขย่าก่อนทา อารมณ์จะออกมาเป็นกลอสเลย แต่เป็นกลอสที่ทาแล้วสวยมาก
มีความฉ่ำและสามารถไล่ระดับเลเยอร์ในการทาได้
COSLUXE CURVE LIPSTICK สี #TAYLOR RED ราคา 299 บาท
ลิปสติกแบรนด์ไทยถูกและดีต้องยกให้ Cosluxe ความพิเศษของลิปสติกตัวนี้จะมีหัวตัดเป็น curve เข้าทรง
พอดีกับรูปปากทำให้ทาได้ง่าย เนื้อลิปสติกสีชัดมากสามารถกลบสีปากเดิมของเราได้มิดเลย
และไม่ได้เป็นลิปสติกเนื้อแมทท์ที่แห้งจนเกินไปแต่ก็ไม่ใช่เนื้อมอยส์ที่ชุ่มฉ่ำจนเกินเหตุ
ที่สำคัญมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ด้วย ติดทนนานพอสมควร
MILLE LITTLE PONY WONDERFUL LIP COLOR #RARITY 06 ราคา 495 บาท
ลิปสติกเนื้อซาตินจากมิลเล่มาในแพคเกจน่าย๊ากกก มีความ little pony เป็นลิปสติกสีแดงที่ออกไปทางสีอิฐ
เม็ดสีค่อนข้างแน่น ปิดร่องปากสนิท ทาแล้วไม่หนึบปากทาซ้ำก็ไม่เป็นคราบและไม่แห้งเป็นขุย
ที่สำคัญติดทนนานอีกด้วย
CLINIQUE chubby plump & shine 02 super scaret ราคา 800 บาท
เป็นลิปกลอสแบบหมุนที่ทาออกมาแล้วสวยฉ่ำมาก เป็นสีแดงระเรื่อๆ ทาแล้วริมฝีปากดูอวบอิ่ม
เหมาะกับใช้ระหว่างวันได้ปากแบบอิ่มๆ สุขภาพดี
NYX Mat Rouge a Levres MLS10 #PERFECT RED ROUGE PARFAIT ราคา 220 บาท
เป็นลิปสติกสีแดงสดที่เม็ดสีแน่นชัดมากกก ทาออกมาแล้วฟันขาว ฟินิชลุคออกมาไม่แมทท์มาก
เนื้อลิปสติกเนียนนุ่มทาค่อนข้างง่าย ติดทนนานมากกกก มีสักแท่งจะติดใจ
Dior Addict LACOUER STICK 757 AMERICAN GIRL ราคา 1,450 บาท
เป็นลิปรุ่นยอดฮิตของ Dior ที่มีความพิเศษคือเป็นเหมือนแลคเกอร์ทาออกมาแล้วเงาๆ ฉ่ำๆ
เป็นสีแดงที่ทาออกมาแล้วสวยมากกกทาแล้วเด่นสุด เป็นลิปที่มีลักษณะคล้ายลิควิดแต่ไม่เยิ้ม
เนื้อจะออกมันวาวเป็นประกายชายนี่ ทาแล้วให้ความรู้สึกฉ่ำๆ ระเรื่อๆ เม็ดสีค่อนข้างแน่น
Giorgio Armani Lip Maestro #405 ราคา 1,400 บาท
เป็นลิปจิ้มจุ่มเนื้อกำมะหยี่ สีแดงอมส้มด้วยเนื้อลิปสติกฟีลแบบกำมะหยี่ออกจะครีมมี่ด้วยซ้ำ
เลยทำให้สบาย ทาแล้วไม่หนักปากแถมจุ่มเพียงครั้งเดียวก็ทาได้ทั่วปาก สีแน่นติดทนระดับนึง
Dior Rouge Dior LIQUID 999 MATTE ราคา 1,450 บาท
Liquid Rock Matte สีแมตต์ 999 Matte คือเฉดสี It-Shade เป็นลิปสติกสีแดงที่แดงจริงๆ
เนื้อครีมข้นหลังทาแล้วให้ลุคฟินิชแมทท์แต่ทาแล้วไม่หนักปากเนื้อสีเด่นชัด กลบสีปากมิด
จะทาแบบเกลี่ยๆ ก็สวยหรือจะทาแบบ full lip ก็สวยเหมือนกัน
GIRLACTIK BEAUTY Matte Lip Paint สี Iconic ราคา 850 บาท
เป็นลิปจิ้มจุ่มสีแดงสดอมส้มเพียงเล็กน้อย แต่ทาแล้วขับผิวมาก เนื้อลิปดีงามมากกก
เม็ดสีแน่นทาออกมาแล้วแมทพอสมควรแต่ทาแล้วไม่แห้งแคร๊ก ไม่ตกร่องหรือเป็นคราบเลย
4U2 Love me HARDER LMH 12 KISS THE RED ราคา 199 บาท
เป็นลิควิดลิปสติกสีแดงแบบว่าแดงเข้มๆ ที่มาออกมาแล้วสวยมากอีกสีนึงตัวนี้ของ 4U2 เนื้อคือดีมาก
ดีกว่ารุ่นก่อนๆ เยอะเลย ทาแล้วได้สีเนียนสนิทไปกับปาก มีกลิ่นหอมอ่อนๆ เนื้อแมทท์แต่ไม่แห้งมาก
ทาแล้วเบาสบายปาก ไม่แตกไม่ตกร่อง เม้มปากก็ไม่เหนียว
สวัสดีค่ะ หลังจาก Blog ที่แล้วที่อ๊อฟเพิ่งรีวิวตัว Cetaphil Gentle Skin
Cleanser ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าสำหรับผิวบอบบางแพ้ง่าย
ก็มีคนถามเข้ามาเยอะมากว่า แล้วรีวิวสำหรับคนผิวมันบ้างล่ะ คนเป็นสิวล่ะ
ไม่มีบ้างหรอ วันนี้อ๊อฟเลยจัดรีวิว Cetaphil Oily Skin
Cleanser สิ่งจำเป็นสำหรับผิวมันและบอบบางแพ้ง่ายมาให้ตามคำขอค่ะ
Cetaphil Oily Skin Cleanser คลีนเซอร์สำหรับคนผิวมัน
เป็นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวสำหรับผู้ที่มีผิวมัน
หรือผิวที่เกิดสิวง่าย ตัวนี้เค้าช่วยขจัดความมันส่วนเกิน สิ่งสกปรกและสิ่งที่
ไม่จำเป็นบนใบหน้าได้อย่างอ่อนโยน คงเหลือแต่สิ่งที่จำเป็นสำหรับผิวจริงๆ
ทั้งยังผ่านการวิจัยมาแล้วว่าช่วยลดความมันส่วนเกินบนใบหน้า
ได้จริงถึง 54% (Chris T. McAllister, et. al., Clinical Assessment of a
Cleanser for Moderately Oily Acne-Prone Skin, 1997) 
อีกทั้งยังช่วยลดโอกาสของการเกิดสิวได้อีกด้วยค่ะ
ตัวเนื้อคลีนเซอร์เป็นเจลใส ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ไม่มีน้ำหอมและส่วนผสม
ของแอลกอฮอลล์แถมยังมาพร้อมกับค่า pH 5.5 มีความเป็นกรดอ่อนๆ
ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดสิว
คลีนเซอร์ขวดนี้สามารถใช้ร่วมกับยารักษาสิวได้  ดังนั้นใครที่ใช้พวกเจล
แต้มสิวหรือผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่เป็นสิวตัวนี้ใช้ร่วมกันได้แน่นอนค่า
ด้วยนวัตกรรมสูตร Gentle Foaming Action ช่วยลดความมันส่วนเกิน
สิ่งสกปรกและคราบเครื่องสำอางบนใบหน้าได้อย่างล้ำลึก
อ่อนโยนไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองกับผิวเพราะฉะนั้นจึงมั่นใจได้เลยว่า
แม้แต่คนผิวบอบบางแพ้ง่ายก็ยังใช้ได้ ปลอดภัยหายห่วงค่ะ
ที่สำคัญตัวนี้เค้ามีมอยเจอร์ไรเซอร์ Glycerin และ Panthenol (วิตามิน B5)
ที่ช่วยเติมความชุ่มชื้นและกักเก็บน้ำไว้ที่ผิว ช่วยให้ผิวไม่แห้งตึง
หลังจากที่เราล้างหน้าเสร็จ พอเราล้างหน้าเสร็จแล้วยังนุ่มชุ่มชื้น
จะทำให้หน้าไม่กลับมามันแล้วมันอีก ตัดวงจรหน้ามันซ้ำซากค่ะ
หลังจากหลังหน้าเสร็จรู้สึกได้เลยว่า
“ผิวสะอาดและเนียนนุ่มชุ่มชื้นขึ้น
ลูบไปแล้วไม่ดังเอี๊ยดหรือรู้สึกตึงที่ผิวหน้า “
สำหรับใครที่เป็นสิวอุดตัน สิวผด สิวอักเสบสามารถใช้ตัวนี้ได้
ไม่ต้องกลัวแพ้เลยค่ะ
สามารถหาซื้อ Cetaphil Oily Skin Cleanser ขนาด 125 ml.
ได้ที่ Watsons / Boots / Eveandboy
และร้านขายยาชั้นนำทั่วไป ในราคาราคา 500 บาทค่ะ
และยังมีขนาดจิ๋ว 29 ml. หาซื้อได้ที่เซเว่นอีเลฟเว่น
ในราคา 109 บาทด้วยนะคะ
ฝุ่นเยอะๆ แบบนี้อย่าลืมมาดูแลผิวกันค่ะ

สวัสดีค่ะ อ๊อฟกลับมาอีกครั้งกับการทำรีวิวแฮนด์ครีม

ที่ค้นไปค้นมามีถึง 20 ยี่ห้อเลยทีเดียว ด้วยความที่เป็นผู้หญิงมือเหี่ยว

มือหยาบและแห้งกร้าน แถมมือยังด้านอีกต่างหาก

ชอบขุดดินทำสวน ล้างจาน ล้างห้องน้ำแบบไม่ใส่ถุงมือ

เลยทำให้มือเหี่ยวกว่าหน้าอีก อายุ 32 แต่มือปาไป 40

คราวนี้เลยต้องบำรุงอย่างหนักเรียกได้ว่าติดครีมทามือมากกก

ต้องมีติดตัวตลอด วันนี้เลยจะมารีวิวให้สาวๆ ได้ดูกัน

 

วันนี้เลยจะมารีวิวความรู้สึกหลังใช้ผลิตภัณฑ์สบู่โพรเทคส์ ไทย เทอราพี สูตรมะเขือเทศ วิตามิน C&E มินิ 4
ให้ได้ดูกันค่ะ รีวิวตามแบบฉบับอ๊อฟจะเป็นยังไงกันบ้างตามไปดูกันเล๊ยยยย
สบู่โพรเทคส์ ไทย เทอราพี สูตรมะเขือเทศ วิตามิน C & E มินิ 4 (ขนาด 30 กรัม X 4 ก้อน)
ผสานคุณค่าจากธรรมชาติของมะเขือเทศ วิตามินซี และ อี ช่วยทำให้ผิวแลดูขาวกระจ่างใส
ถนอมผิวให้นุ่มชุ่มชื่นอ่อนเยาว์ อีกทั้งมอบฟองนุ่มละเอียด ทำความสะอาดสิ่งสกปรก
เพื่อผิวสะอาดเกลี้ยงเกลา แลดูกระจ่างใส มีสุขภาพดีตามที่คุณต้องการ
ทางแบรนด์เคลมสรรพคุณมาอย่างนี้ มีหรอที่อ๊อฟจะไม่ทำการทดสอบให้เพื่อนๆ ได้ดูกัน
เริ่มกันที่แพคเกจจิ้งกันก่อนเนอะ ลักษณะแพคเกจก็เป็นกล่องพลาสติกใสมีพรีเซนเตอร์สุดสวย
คือคุณหญิง รฐา นั่นเองแต่ที่พิเศษไปกว่านั้นคือ “
ข้างในเค้าแบ่งออกเป็น 4 ก้อนเล็กๆ ” (มินิ 4 แบ่งใช้สะดวก)
พอแกะออกมาก็จะเป็นสบู่ก้อนเล็กๆ ที่บรรจุอยู่ในซองพลาสติกเรียงติดกัน 4 ชิ้น
ซึ่งสามารถแบ่งออกมาที่ละห่อได้เป็นสบู่ที่มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ถ้าจมูกของอ๊อฟไม่เพี๊ยน
กลิ่นมันจะออกแนวฟลอรัล ซึ่งหอมอ่อนๆ กำลังดี
ซึ่งข้อดีของมินิ 4* ก็คือ สามารถแบ่งใช้ได้สะดวกมว๊ากกก ยิ่งเวลาที่ต้องเดินทางไปไหนมาไหน
พกแค่ซองเดียวก็พอประหยัดเนื้อที่กระเป๋า หยิบใช้งานง่าย สะดวกสบายสุดๆ
ขนาดของสบู่ก็เป็นก้อนเล็กๆ ซึ่งเล็กกว่าฝ่ามือของอ๊อฟค่อนข้างเยอะเลยและก็บางกว่าสบู่ก้อนธรรมดาทั่วไปค่ะ
มาดูกันที่ฟองของสบู่ ถ้าถูด้วยมือธรรมดาฟองจะค่อนข้างใหญ่และมีปริมาณฟองที่พอดี
แต่ถ้าใครชอบฟองเยอะๆ สามารถใช้ตาข่ายตีฟองได้ค่ะ ฟองที่ได้ก็จะเนียนนุ่มละเอียดและมีปริมาณเยอะขึ้น
ส่วนตัวอ๊อฟชอบใช้ถุงตาข่ายเอามาใส่สบู่และตีฟอง ฟองเยอะๆ ถูตัวเพลินดีค่ะ
เรื่องแรกที่อ๊อฟจะทดสอบเลย คือ ” การตรวจสภาพความชุ่มชื้นของผิว “
ซึ่งปกติเวลาเราใช้สบู่ก้อนไม่ว่าจะเป็นผิวหน้าและผิวกาย เมื่อล้างสบู่ออกผิวจะค่อนข้างแห้งตึง
เพราะปกติสบู่ก้อนที่เราใช้ทั่วไปจะชำระล้างความมันและความชุ่มชื้นของผิวหนังออกจนหมด
สภาพผิวของอ๊อฟก่อนใช้สบู่โพรเทคส์ ไทย เทอราพี สูตรมะเขือเทศ วิตามิน C & E มินิ 4
อ๊อฟเป็นคนที่ผิวค่อนข้างแห้ง ยิ่งช่วงหน้าหนาวผิวจะแห้ง ลอกแตกเป็นขุย บางครั้งเผลอไปเกายังขึ้นเป็นริ้วขาวๆ
พอใช้เครื่องตรวจสภาพผิวถึงได้รู้ว่าปริมาณน้ำหรือความชุ่มชื้นของผิวของอ๊อฟน้อยมากกกก T.T
ได้เวลาอาบน้ำแล้ววววว นั่นแน่…คิดอะไรอยู่ ให้ดูแค่แขนพอเนอะ เดี๋ยวจะต้องขึ้นเตือน 18+
วิธีใช้สบู่ก็ไม่มีอะไรยุ่งยากเลยค่ะ ไม่รู้จะแนะนำยังไงแค่ทำให้ผิวและสบู่เปียก
หลังจากนั้นก็ถูๆๆ แล้วล้างออกให้สะอาดค่ะ ซึ่งเห็นฟองเยอะขนาดนี้แต่เวลาล้างออกก็ไม่ยากเลยค่ะ
หลังจากที่ใช้สบู่โพรเทคส์ ไทย เทอราพี สูตรมะเขือเทศ วิตามิน C & E มินิ 4 เราจะมาทำการเช็คสภาพผิวกันค่ะ
และผลลัพธ์ที่ได้คือ ” ความชุ่มชื้นและน้ำมันที่ผิวของอ๊อฟเพิ่มขึ้นทันที ” เพิ่มขึ้นจากเดิมเยอะเลย
ลูบผิวไปก็ไม่แห้งตึงรู้สึกได้เลยว่าผิวนุ่มลื่นและชุ่มชื้นขึ้น สำหรับคนที่ผิวแห้งแบบอ๊อฟ
แนะนำให้ชโลมออยให้ทั่วตัวและทาโลชั่นเพิ่มค่ะ
ต่อมาคือ ” เรื่องความกระจ่างใส ” ปกติอ๊อฟไม่ได้เป็นคนที่อินกับอะไรที่ทำให้ผิวขาวอยู่แล้ว
เพราะค่อนข้างพอใจในสีผิวเดิมของตัวเอง แต่ก็ต้องเปลี่ยนความคิดใหม่ เพราะหลังจากที่ลองใช้เพียงแค่ครั้งแรก
” ผิวสว่างกระจ่างใสขึ้นทันที ” ไม่รู้จะพูดยังไงให้ดูตามภาพเลย สีของแขนทั้งสองข้างแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด
มันไม่ได้ขาวแบบคนผิวคล้ำไปเป็นคนขาวนะ คือผิวมันใสขึ้น สว่างขึ้นมากกว่า
ซึ่งอาจจะเพราะอ๊อฟทาโลชั่นบำรุงผิวและออกไปโน่นนั้นนี่โดนฝุ่นโดนมลภาวะต่างๆ
พอมาทำความสะอาดผิวด้วยสบู่โพรเทคส์ ไทย เทอราพี สูตรมะเขือเทศ วิตามิน C & E มินิ 4
พวกคราบสิ่งสกปรกหรือขี้ไคลเลยหลุดออกไป ผิวจึงขาวหรือสว่างขึ้นกว่าเดิม
ซึ่งถ้าอยากให้ผิวขาวจริงๆ นั้นต้องทาครีมกันแดด โลชั่นบำรุงผิว หลบเลี่ยงแสงแดด ทานวิตามิน
หรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของวิตามินซีและอี แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องใช้เป็นประจำสม่ำเสมอด้วยนะคะ
ไม่ใช่ใช้แค่วันสองวันแล้วบอกไม่เห็นผล ทุกอย่างต้องใช้ระยะเวลาในการฟื้นฟูและบำรุงทั้งนั้นเนอะ
ต่อมาเรื่องที่อ๊อฟจะพิสูจน์เรื่องสุดท้ายคือ ” เรื่องประสิทธิภาพการทำความสะอาด “
วันนี้อ๊อฟแต่งหน้าและใช้เครื่องสำอางปกติคือมีทั้งครีมกันแดด รองพื้น ดินสอเขียนคิ้วและอายไลเนอร์แบบกันน้ำ
ซึ่งปกติถ้าจะต้องทำความสะอาดหน้าก็จะต้องใช้ make up remover เช็ดทำความสะอาดก่อน
แต่วันนี้บอกแล้วว่าจะทำการทดสอบเรื่องความสะอาดเน้นๆ
เลยใช้แค่สบู่โพรเทคส์ ไทย เทอราพี สูตรมะเขือเทศ วิตามิน C & E มินิ 4 พอค่ะ
ฮือออ…..มันดีมากอะ ล้างแค่แปปเดียวก็ทำความสะอาดได้หมดเลย ไม่มีคราบคสอ. หลงเหลืออยู่เลย
ที่สำคัญไปกว่านั้นใช้แล้วผิวหน้าไม่แห้งตึงด้วย ลูบไปผิวหน้ายังคงนุ่มลื่นอยู่เลย แต่ถ้าใครที่แต่งหน้าจัด
หรือใช้คสอ.กันน้ำที่ล้างออกยากๆ และคิดว่าการทำความสะอาดเท่านี้ไม่เพียงพอ สามารถใช้คลีนซิ่ง
เช็ดทำความสะอาดผิวเพิ่มได้ค่ะ ส่วนตัวอ๊อฟใช้มาระยะนึงสิวไม่ขึ้นแล้วก็ไม่มีการแพ้ค่ะ
หลังจากล้างหน้าเสร็จก็บำรุงผิวตามขั้นตอนปกติได้เลยค่ะ
สรุปๆๆๆ สบู่โพรเทคส์ ไทย เทอราพี สูตรมะเขือเทศ วิตามิน C & E มินิ 4

ทำความสะอาดผิวได้ค่อนข้างดี ช่วยให้ผิวขาวกระจ่างใสและช่วยให้ผิวชุ่มชื้นขึ้นจริง!!!!

สำหรับใครที่ดูรีวิวมาเยอะ บอกเลยว่ากำเงิน 48 บาทเข้า 7/11 แล้วไปซื้อเถอะไม่เสียดายสะตุ้งสตางค์แน่นอน

สวัสดีค่า วันนี้อ๊อฟรวบรวมเอาแป้งฝุ่นทั้งหมดที่ใช้อยู่มารีวิวให้ดูกันค่ะ

ซึ่งที่รวบรวมมาวันนี้ก็มีทั้งแบบฝุ่นและแบบอัดแข็ง ราคาตั้งแต่หลักสิบยันหลักพัน

ใครที่กำลังมองหาแป้งฝุ่นอยู่ หรือว่าใช้ตัวไหนดีไม่ดียังไง อย่าลืมมาแชร์กันนะคะรีวิวหน้าอ๊อฟจะเป็นอะไร อย่าลืมติดตามอ่านกันด้วยน้าาาา

สวัสดีค่ะ วันนี้อ๊อฟกลับมาพร้อมกับรีวิวจัดแน่นจัดเต็มกับดินสอเขียนคิ้ว 25 แท่ง ทั้งแบบปากกา แบบดินสอ
แบบเจล แบบฝุ่น ที่อ๊อฟใช้ มาหลากหลายยี่ห้อ รวบรวมมาให้เพื่อนๆ ได้ดูกันว่าตัวไหนเขียนสวย ตัวไหนใช้แล้ว
ติดทน กันน้ำ กันเหงื่อเหมาะกับสภาพอากาศบ้านเรา เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา
อ๊อฟทำภาพรีวิวมาให้เข้าใจง่าย ดูเพลินๆ หวังว่าจะชอบกันน้าาาเป็นยังไงกันบ้างคะ ดูกันแบบเต็มอิ่ม ทั้งหมดนี้ก็เป็นความเห็นส่วนตัวของอ๊อฟหลังจากที่ใช้มา
ถ้าเกิดเพื่อนๆ ใช้แล้วชอบไม่ชอบตัวไหน มีตัวไหนดีๆ เด็ดๆ ก็แวะมาแชร์ความคิดเห็นกับอ๊อฟได้นะคะ
รีวิวหน้าจะเป็นอะไร รับรองว่าอ๊อฟจัดแน่นจัดเต็มมาให้อีกแน่นอน รอติดตามอ่านกันด้วยน้าาา
สวัสดีค่ะวันนี้อ๊อฟทำงานเสร็จเรียบร้อยเลยจะชวนคุณแม่ออกไปทานข้าวและซื้อของสักหน่อย
แต่เวลาชวนคุณแม่ทีไร คุณแม่ชอบปฎิเสธและบอกว่าทำไมไม่ชวนล่วงหน้าจะได้เข้าร้านทำผมก่อน

จะเข้าร้านผมทำไมให้เสียเวลาสถานการณ์เร่งด่วนขนาดนี้ อ๊อฟก็มี L’Oreal Magic Retouch Spray 
สเปรย์ปิดผมขาว ปิดผมเหม่ง สารพัดจะปกปิด ผมบางผมน้อยควรมีไว้เป็นตัวช่วยสำคัญ
พอเอามาให้คุณแม่ลองใช้ คุณแม่ถึงกับตื่นเต้นเพราะปกติจะต้องโกรกต้องย้อมผมก่อนจะออกไปข้างนอก
อันนี้แค่ฉีดสเปรย์ก็ปิดผมหงอกได้แล้ว สะดวกและประหยัดเวลามาก ไม่ต้องเสียเวลาเข้าร้านทำผมเลย

L’Oreal Magic Retouch Spray ลอรีอัล เมจิก รีทัช สเปรย์ปกปิดผมขาวแบบแนบสนิท ใน 3 วินาที
ที่มียอดขายอันดับ 1 สำหรับผลิตภัณฑ์ปกปิดโคนผมขาวของโลก*
เปลี่ยนสีผมให้ดูกลมกลืนและให้ผลลัพธ์สีผมดูเป็นธรรมชาติ สม่ำเสมอ แห้งไว
ล้างออกง่ายด้วยแชมพู ติดทนนานไม่เลอะและเปื้อนระหว่างวัน
L’Oreal Magic Retouch Spray มาในขวดสเปรย์สีฟ้าขนาดเล็กกะทัดรัด พกพาง่าย
หัวสเปรย์เป็นหัวฉีดขนาดเล็ก ฉีดง่ายและพ่นกระจายสีได้อย่างสม่ำเสมอ
Magic Retouch ( ราคา 349 บาท / 75 ml.)
ซึ่งทั้งหมดก็มี 5 เฉดสีด้วยกัน เหมาะกับสีผมของคนไทยมาก
ไม่ว่าใครจะสีผมธรรมชาติหรือไปทำสีผมมาเค้าก็มีให้เลือก
ซึ่งมันติดทนมากไม่ต้องกลัวว่าฉีดไปจะเลือนหายระหว่างวัน ถ้าไม่สระผมก็ไม่หลุดจ้า

มาเริ่มที่สีผมธรรมชาติของคุณแม่ก่อน คุณแม่มีผมสีดำแต่กลางศีรษะและตามโคนผมมีผมหงอก

ช่วงกลางศีรษะก็บางด้วย ดังนั้นคุณแม่เลยเลือกใช้สเปรย์ปิดผมขาวสีดำค่ะ

ซึ่งวิธีการใช้ก็ง่ายมากเลยค่ะ เพียงแค่เขย่าขวดก่อนใช้งานและตั้งขวดให้อยู่ในลักษณะตรง

ถือกระป๋องห่างจากผมและรากผมประมาณ 10 ซม. แล้วค่อยๆ สเปรย์ค่ะ

อย่าสเปรย์ในปริมาณมากค่อยๆ สเปรย์เพียงเล็กน้อยก็พอค่ะ
ทิ้งให้แห้ง 1 นาที หวีเพื่อเกลี่ยสีให้เนียนและลดสเปรย์ส่วนเกินออกจากเส้นผมก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อยค่ะ

จะเห็นว่าปิดผมได้ธรรมชาติมาก ไม่เห็นผมหงอกให้กวนใจแถมผมยังดูหนาขึ้นอีกด้วย

ตามโคนผมด้านในก็ปิดได้ดีมาก จะเสยผมเกล้าผมก็ไม่ต้องกลัวผมขาวโผล่

 

ต่อมาก็เป็นตาอ๊อฟแล้ว ผมขาวไม่มีแต่หัวเหม่งมาก ยิ่งบริเวณตามแนวผม ผมมันจะขาดๆ แหว่งๆ

ของอ๊อฟทำสีผมมาเลยเลือกสี Golden Brown ค่ะ สีนี้จะออกน้ำตาลทอง ตรงกับสีผมอ๊อฟเป๊ะเลย

วิธีการใช้ก็เหมือนกันค่ะ ง่ายๆ ไม่ยากเลย ตรงไหนเหม่ง ตรงไหนผมบางก็ฉีดเข้าไป

หลังฉีดเสร็จก็เหมือนเดิมค่ะ หวีผมทำการลดสีส่วนเกิน

หลังฉีดเสร็จผมดูหนาและเต็มขึ้นมาทันที แถมสีผมก็ธรรมชาติมากดูไม่หลอกตาเลย

สรุปเลยละกัน L’Oreal Magic Retouch Spray เป็นสเปรย์ที่ปิดผมขาว
ผมหงอก ผมบาง สีผมไม่สม่ำเสมอได้ดีและธรรมชาติมว๊ากกกก
เหมาะกับชั่วโมงเร่งรีบหรือสถาการณ์เร่งด่วน เพราะใช้เวลาไม่นาน แปปเดียวก็พร้อมออกจากบ้านได้

ที่สำคัญมันใช้ได้แทบทุกเฉดสีผมของคนไทยเลย เห็นคุณแม่ใช้แล้วผมดำ ผมหนาขึ้น
คุณพ่ออ๊อฟนี่มองตาปริบๆ จะขอไปใช้ปิดหัวล้านบ้าง 555

 

สวัสดีค่ะ วันนี้อ๊อฟจะมาแชร์ประสบการณ์การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาและร่องแก้ม
ครั้งแรกในชีวิตกับทาง P10 Clinic ซึ่งสาขาที่อ๊อฟเข้ามารับบริการคือที่ เมเจอร์ รัชโยธิน ชั้น 3 ค่ะ
และฟิลเลอร์ที่คุณหมอเลือกใช้เป็นของ COLORFUL FILLER นวัตกรรมจากสวิสเซอร์แลนด์
ภายใต้แบรนด์ Merz Aesthetics ปลอดภัย ผ่านอย. ของแท้ 100%ช่วย
เติมเต็มร่องใต้ตาให้เต็ม เพื่อใบหน้าดูสดใส ไม่เหนื่อยล้า และทำให้ใบหน้าดูเด็กลง
Colorful Filler คือสารเติมเต็มในชั้นผิวหนัง หรือใต้ผิวหนัง ที่มีส่วนประกอบของไฮยาลูรอนิค แอซิด
(Hyaluronic Acid หรือ HA) ซึ่งเป็นองค์ประกอบธรรมชาติ ชนิดหนึ่งที่มีอยู่ในร่างกาย มีคุณสมบัติในการอุ้มน้ำ
ได้ดีมากถึง 1,000 เท่า มีส่วนสำคัญในการมอบความชุ่มชื้นให้ เซลล์ผิว ทำให้ผิวเรียบเนียนดูเต่งตึง ขณะเดียวกัน
ความร่วงโรยจากอายุที่เพิ่มขึ้น ทำให้ HA เสื่อมถอยลง1 ฟิลเลอร์ ของ COLORFUL FILLER จึงถูกคิดค้นมาเพื่อทำ
การทดแทนหรือเสริม HA ในผิว เติมเต็มวอลุ่มสู่ใบหน้า เพิ่มความ กระชับและปรับความเรียบเนียนของผิว นอก
จากนี้ COLORFUL FILLER ยังช่วยเติมความชุ่มชื้นสู่ผิวและชะลอริ้ว รอยที่อาจก่อตัวขึ้นในอนาคตด้วย
ก่อนทำจะเห็นว่าใต้ตาอ๊อฟลึกมาก ถึงแม้จะนอนเยอะแค่ไหนก็ดูเหมือนคนอดหลับอดนอนดูไม่สดใสเลย
ก่อนจะทำการฉีดฟิลเลอร์ก็ต้องทำความสะอาดใบหน้าและแปะยาชาทิ้งไว้ 45 นาที
ระหว่างแปะยาชาก็ออกไปหาข้าวทานรอได้เลยค่ะ
ซึ่งทั้งการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาและร่องแก้มจะใช้เทคนิคพิเศษเฉพาะ P10 Clinic เท่านั้น
และมั่นใจได้เลยไม่มีทางเข้าเส้นเลือดแน่นอนเพราะใช้เข็มปลายทู่ (Blunt Canula) ค่ะ

หลังฉีดเสร็จจะเห็นว่าใต้ตาเต็มขึ้น ฟูขึ้นมาเลย พอฉีดเสร็จคุณหมอก็จะทำการนวดคลึงเล็กน้อย

ต่อมาก็จะทำการฉีดร่องแก้ม ซึ่งร่องแก้มก็เจ็บมากเช่นกัน แต่ก็เจ็บแบบทนได้เพื่อความสวยของเรา

หลังฉีดเสร็จจะเห็นว่าใต้ตาและร่องแก้มตื้นขึ้นเยอะมาก ใบหน้าดูอิ่มและสดใสขึ้นจริงๆ
หลังฉีดครบ 2 เดือนจะเห็นว่าใต้ตาไม่ลึกแล้ว ทานน้ำเยอะๆ ก็จะช่วยให้ฟิลเลอร์ฟูขึ้นและอยู่กับเราไปนานๆ
ส่วนร่องแก้มอ๊อฟว่าอาจจะต้องเติมอีกเพราะยังมีริ้วรอยที่ชัดอยู่ ยังไงอ๊อฟจะมาอัปเดตเรื่อยๆ เนอะ
สำหรับคนที่สนใจลองสอบถามข้อมูลรายละเอียดกับทาง P10 Clinic ได้เลยค่ะ

‼️สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม‼️
☎️ Tel : 081-755-3132
📲Facebook: p10 clinic
https://m.facebook.com/p10clinic/
📲Line: p10 clinic
https://line.me/R/ti/p/%40p10clinic
📲Ig: @p10 clinic
📍 เปิดทำการ : ทุกวัน
🏥ตำแหน่งที่ตั้ง : เมเจอร์รัชโยธิน ชั้น 3
🚖ที่จอดรถสะดวกสบาย

สวัสดีค่า กลับมาพบกับอ๊อฟอีกแล้ว วันนี้อ๊อฟก็มีรีวิวดีๆ มาฝากเพื่อนๆ อีกเช่นเคย
จะบอกว่าตื่นเต้นมว๊ากกก เพราะเมื่อสองสามวันที่ผ่านมาอ๊อฟได้ไปฟอกฟันขาวกับทาง COSDENT By SLC 
เรียกได้ว่าเป็นครั้งแรกเลยที่ได้ฟอกสีฟัน ต้องบอกก่อนเลยว่าอ๊อฟเคยผ่านการจัดฟันมาแล้วหลายปี
หลังจากถอดเหล็กดัดฟันออกเนี่ย สีของฟันก็ไม่สม่ำเสมอ ยิ่งบริเวณเขี้ยวเนี่ยเหลืองเชียว
ทำให้ไม่ค่อยมั่นใจที่จะยิ้มโชว์ฟันซักเท่าไหร่ ยิ่งเวลาทำคลิปหรือจะต้องเจอคนเยอะๆ ก็จะประหม่า
ไม่ค่อยกล้าพูดหรือหัวเราะกว้างๆ เลยทำให้กลายเป็นคนไม่ค่อยจะมั่นใจ
และสาขาที่อ๊อฟเข้าไปรับบริการนั่นก็คือ COSDENT By SLC สาขา Siamsquare One ซึ่งอยู่ชั้น 6 นั่นเอง
การเดินทางก็ไม่ยากเลยค่ะ นั่ง BTS มาลงสยามแล้วเดินเข้าตึกสยามสแควร์วันขึ้นลิฟท์มาชั้น 6 นิดเดียว
นอกจากสาขา Siamsquare One แล้วก็ยังมีสาขาที่ทองหล่อ(ตรงข้ามซอยทองหล่อ25) อีกด้วยค่ะ
เดินทางมาด้วย BTS ได้เลย ไม่ยากค่ะ สะดวกสบาย
cosdent สาขาทองหล่อ โทร 098-656-3914
cosdent สาขาสยาม สแควร์วัน  ชั้น 6 โทร 093-882-3536
line  @cosdentbyslc
ที่นี่ไม่ได้มีบริการเฉพาะทำฟันเท่านั้นนะคะ ยังมี SLC สยามเลเซอร์ คลินิกซึ่งเป็นสถานพยาบาลความงาม
ครบวงจร จากทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ทั้งทางด้าน ผิวพรรณ ศัลยกรรมตกแต่ง ทั่วเรือนร่าง
เอาเป็นว่ามาที่นี่สวยตั้งแต่หัวจรดเท้าเลย
และโปรแกรมที่อ๊อฟเลือกเข้ารับบริการวันนี้ก็มี
Easy Clean Package ( ขูดหินปูน+ ขจัดคราบชากาแฟ บุหรี่ ไวน์ที่ฝังบนผิวฟัน)
Easy White Package  (ฟอกฟันขาวด้วยนวัตกรรม Cool light )
มาถึงตรงนี้แล้วเดี๋ยวอ๊อฟจะพาเข้าไปดูข้างในว่าเป็นอย่างไรบ้าง…ตื่นเต้นๆๆ (ตามมาค่ะ)
เดินเข้ามาด้านในก็จะมีเค้าน์เตอร์สำหรับติดต่อ จะบอกว่าพี่ๆ ที่นี่บริการและต้อนรับดีมาก
สำหรับคนที่ยังไม่มีประวัติก็ทำการลงทะเบียนกรอกประวัติได้เลยค่ะ จะมีพี่พนักงานคอยให้คำแนะนำอยู่
หลังจากกรอกประวัติเรียบร้อยแล้ว พี่พนักงานก็จะพาเดินมาฝั่งขวาจะเป็น COSDENT ซึ่งเราจะทำฟันกันที่นี่ค่ะ
มาถึงห้องแรกพบปะพูดคุยกับคุณหมอ ซึ่งคุณหมอจะถามว่าพบทันตแพทย์ล่าสุดเมื่อไหร่ (นั่นสินะล่าสุดเมื่อไหร่)
หลังจากนั้นก็จะทำการตรวจสุขภาพฟันให้เราค่ะ ว่ามีฟันผุมั้ย สุขภาพเหงือกและฟันเป็นอย่างไรบ้าง
เพราะถ้าเกิดฟันมีปัญหาก็จะไม่สามารถทำการฟอกสีฟันได้
ดังนั้นถ้ามีฟันผุ ฟันคุดก็ต้องจัดการรักษาให้เรียบร้อยก่อนค่ะ
หลังจากนั้นก็จะทำการถ่ายรูปฟันของเราไว้เพื่อทำการเปรียบเทียบและเก็บเป็นประวัติของเราไว้ค่ะ
นอกจากถ่ายรูปแล้วก็จะทำการพิมพ์ฟันเก็บเอาไว้ ซึ่งคุณหมอน่ารักมาก ให้ทายด้วยว่าวัสดุที่เอามาพิมพ์ฟัน
ให้อ๊อฟเป็นรสชาติอะไร ถ้าตอบถูกจะได้น้ำแดงทานด้วย 555 แน่นอนว่าเรื่องกลิ่นและรสชาติอ๊อฟ
ไม่มีทางพลาดอยู่แล้ว มันคือ “กลิ่นมะม่วง” นั่นเอง หอมขนาดนี้ไม่มีทางทายผิดแน่นอน
หลังจากพิมพ์ฟันเสร็จก็จะมีเจ้าหน้าที่พาไป X-ray ฟันค่ะ เพื่อจะได้วางแผนการรักษาได้อย่างถูกต้อง
ตั้งแต่เข้าคลีนิคทำฟันมาจะบอกว่าคลีนิคทันตกรรมที่นี่สมัยใหม่และมีเครื่องไม้เครื่องมือทันสมัยมาก
ไปถึงเราก็แค่ยืนงับเจ้าแท่นนี้ไว้ ยืนเฉยๆ ค่ะ ถ้าใครมีเครื่องประดับก็ต้องถอดออกให้หมดนะคะ
ตรงนี้ใช้เวลาไม่นานเลย แปปเดียวก็เสร็จแล้ว
และผล X-ray ฟันของเราก็ออกมาแล้ว ปกติดีทุกอย่างแถมคุณหมอยังแนะนำวิธีการดูแลเหงือกและฟันให้อีกด้วย
ก่อนที่เราจะไปพบคุณหมอในห้องถัดไป เรามาดูกันว่าสาเหตุที่ทำให้ฟันของเราเหลืองมีอะไรบ้างค่ะ
วันนี้อ๊อฟเลยทำภาพน่ารักๆ มาให้ดูกัน ซึ่งจริงๆ แล้วมันมีหลายสาเหตุมากมาย อาทิ เช่น
– เครื่องดื่มจำพวก ชา กาแฟ ไวน์ น้ำอัดลม
– การสูบบุหรี่เป็นตัวการสำคัญทำให้ฟันเหลือง
– การจัดฟัน ฟันเหลืองจากคราบอาหาร คราบหินปูน คราบแบคทีเรียสะสม
– อายุที่เพิ่มมากขึ้น ผิวเคลือบฟันเริ่มจางหายไปตามกาลเวลาเนื่องจากการเสื่อมสภาพตามการใช้งาน
– การดูแลสุขภาพช่องปากที่ไม่ถูกสุขลักษณะ แปรงฟันผิดวิธี แปรงฟันไม่สะอาดหรือไม่ใช้ไหมขัดฟัน
– การใช้ยารักษาโรคบางชนิด เช่น ยาฆ่าเชื้อโรคด็อกซี่ไซคลิน, ยาปฏิชีวะนะ ก็สามารถทำให้ฟันแท้มีคราบได้
– กรรมพันธุ์ บางคนอาจจะมีฟันเหลืองเร็วกว่าคนอื่นเนื่องจากมีชั้นเคลือบฟันที่บางกว่า
เป็นยังไงคะ รู้สาเหตุกันแล้วว่าตัวการทำให้ฟันเหลืองมีอะไรบ้าง แต่ใช่ว่าฟันเหลืองแล้วจะขาวไม่ได้เนอะ
การฟอกสีฟัน ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งค่ะ ที่ช่วยให้ฟันเรากลับมาขาวสะอาดและมีรอยยิ้มที่สดใส
แต่ก่อนที่เราจะไปฟอกฟันต้องทำการขูดหินปูนก่อนเนอะ (แอบกระซิบว่าคุณหมอน่ารักมาก เกาหลีฝุดๆ )
หลังจากที่ขูดหินปูนเสร็จ โปรแกรมต่อไปของเราก็คือการขจัดคราบชา กาแฟ ไวน์ คราบบุหรี่
ด้วยนวัตกรรม Air Flow โดยจะเป็นการใช้วิธีการเป่าลมผสมผงขัดซึ่งสามารถทำความสะอาด
ได้เกลี้ยงเกลามากกว่าการขูดหินปูนปกติ
วิธีนี้ชิวมาก ไม่มีความเจ็บหรือความเสียวฟันใดๆ ทั้งสิ้น
นอกจากความเค็มหน่อยๆ หลังทำเสร็จบ้วนน้ำเยอะๆ ก็หายค่ะ
และแล้วก็มาถึงขั้นตอนการฟอกสีฟัน คุณหมอจะใส่ยางซิลิโคนในปากของเราก่อน
จะบอกว่ามันไซส์ใหญ่มาก เพราะเป็นไซส์ยุโรป สาวเอเชียปากเล็กๆ อย่างเราต้องอ้าปากกว้างสุดพลัง
หลังจากนั้นก็จะทำการเทียบสีฟันกับชาร์ตฟันของคุณหมอ หลังฟอกเสร็จฟันของเรา
จะสามารถขาวขึ้นได้ 4 – 5 เฉดเลยทีเดียว ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องขึ้นอยู่กับการตอบสนองของแต่ละคนด้วยค่ะ
ซึ่งจริงๆ แล้วอ๊อฟก็ไม่ได้มีฟันเหลืองอะไรมากมายเพราะสีฟันธรรมชาติของอ๊อฟก็ออกไปทางขาวด้วยซ้ำ
แต่เวลาที่อ๊อฟต้องสวอชลิปใกล้ๆ เนี่ยพอทาลิปสีส้มหรือสีแดงกลับทำให้ฟันของอ๊อฟดูเหลืองมากขึ้น
ก่อนที่จะฟอกสีฟันจะต้องลงน้ำยาเพื่อป้องกันการโดนน้ำยาฟอกสีฟันบริเวณคอฟันและเหงือกด้วยน้ำยาพิเศษค่ะ
หลังจากนั้นก็จะทำการฉายเเสง UV
ขั้นตอนต่อมาคือ การลงน้ำยาฟอกสีฟัน ซึ่งคุณหมอจะไม่ได้ลงครบทุกซี่นะคะ
จะเป็นแผงฟันด้านหน้าบนและล่างเวลาเรายิ้มค่ะ
สวมแว่นตาแล้วเตรียมนอนได้เลย ของอ๊อฟจะฟอกด้วยกันทั้งหมด 2 รอบค่ะ รอบละ 15 นาที
ซึ่งแต่ละคนระยะเวลาการฟอกก็แตกต่างกันไปนะคะ ขึ้นอยู่กับคุณหมอพิจารณาค่ะ
ทาง Cosdent ได้นำนวัตกรรมของระบบ cool light (คลูไลท์) จากประเทศฝรั่งเศสมาใช้
ซึ่งสามารถทำให้ฟันขาวขึ้นภายในระยะเวลาเพียง 45 นาที แถม 80% ของผู้ทำการฟอกสีฟัน
ไม่พบว่าเสียวฟัน แต่ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับสภาพของเนื้อฟันของแต่ละบุคคลด้วยนะคะ
** อาการเสียวฟันที่เกิดจากการฟอกสีฟันนั้น เป็นอาการที่สามารถเกิดขึ้นได้ในบางท่านเท่านั้น
ซึ่งอาการดังกล่าวจะลดลงและสามารถหายได้เองภายใน 1 – 4 วัน **
หลังจากฟอกสีฟันเสร็จแล้วก็จะทำการกำจัดน้ำยาฟอกสีฟันและน้ำยาที่ใช้ป้องกันเหงือกออก
เป่าฟันให้แห้งก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อยค่ะ
 ” ความรู้สึกหลังฉายแสงรอบที่ 1 จะบอกว่านอนชิวมากแทบไม่รู้สึกอะไรเลย จนครบเวลาก็ไม่รู้สึก
หลังจากนั้นคุณหมอก็จะทำการลงน้ำยาฟอกฟันอีกรอบ แต่พอฉายแสงรอบ 2 ช่วงนาทีสุดท้ายเท่านั้นแหละ
จะมีเสียวแปล๊บที่ฟันเป็นบางซี่ แต่ก็เสียวเพียงแค่แปปเดียวเท่านั้นเองค่ะ “
ถ้ามีอาการเสียวฟันมาก ทนไม่ไหว สามารถยกมือบอกคุณหมอได้ค่ะ
หลังฟอกฟันเสร็จก็ต้องตกใจเพราะมันขาวทะลุเกินชาร์ตไปอีก คุณหมอบอกว่าขาวพอๆ กับสีของวีเนียร์เลย
หลังฟอกฟันเสร็จสัก 1-2 วัน ของอ๊อฟก็มีอาการเสียวฟันบ้างเล็กน้อยค่ะ และถ้าเทียบกับฟันที่ยังไม่ได้ฟอก
ต้องบอกเลยว่าตอนนี้ขาวขึ้นมาก ขาวสะอาด ขาวแบบไม่ปลอม ชอบมากกกกกก
หลังฟอกสีฟันในสัปดาห์แรกควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารและเครื่องดื่มที่ก่อให้เกิดคราบสีบนฟัน
เช่น การดื่มชา กาแฟ ไวน์แดง รวมถึงการงดสูบบุหรี่ อย่างน้อย 1 สัปดาห์ รวมไปถึงอาหารต่างๆ ที่มีสี เช่น
แกงไตปลา แกงเขียวหวาน ต้มยำน้ำข้น หรืออาหารที่มีเครื่องแกงสีจัดจ้าน แต่ถ้าจำเป็นต้องรับประทาน
ก็ให้ดื่มน้ำตามเยอะๆ แปรงฟันหรือบ้วนปากหลังรับประทานอาหารค่ะ นอกจากนี้การดูแลรักษาความสะอาด
อย่างถูกวิธีจะช่วยรักษาความขาวให้อยู่ได้นานมากขึ้น เพียงเท่านี้ฟันก็จะขาวสดใสสุขภาพดีไปอีกนานเลยค่ะ

สรุปเลยดีกว่าจะบอกว่าประทับใจมาก ประทับใจตั้งแต่คุณหมอ ผู้ช่วย ทุกคนน่ารักและให้คำปรึกษาดีมาก

และราคาก็ไม่ได้แพงเลย เห็นว่าตอนนี้มีโปรโมชั่นอยู่ราคา 5,900 บาท เท่านั้น ถ้าใครสนใจลองอ่าน blog

ที่อ๊อฟเขียนดูได้เลยค่ะ อ๊อฟรวบรวมขั้นตอนการทำ ก่อนทำ หลังทำ การดูแลก่อนและหลังฟอกสีฟัน

ไว้ให้หมดแล้ว หวังว่ารีวิวนี้จะเป็นประโยชน์กับทุกๆ คน ไม่มากก็น้อยเนอะ สำหรับรีวิวหน้าจะเป็นอะไร

มีอะไรดีๆ เด็ดๆ ดังๆ อย่าลืมติดตามกันนะคะ อ๊อฟจะรีบนำมาอัปเดตแน่นอน

สนใจสอบถามข้อมูลด้านทันตกรรมเพิ่มเติมได้ที่
cosdent สาขาทองหล่อ โทร  098-656-3914
cosdent สาขาสยาม สแควร์วัน ชั้น 6  โทร 093-882-3536
line : @cosdentbyslc
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

Cosdent By SLC